จ่อแจ้งความ "กลุ่มออฟโรด" จอดรถกลางลำห้วย-บินโดรนป่าทุ่งใหญ่ฯ

สิ่งแวดล้อม
11:46
จำนวนผู้ชม 218
Thai PBS
จ่อแจ้งความ "กลุ่มออฟโรด" จอดรถกลางลำห้วย-บินโดรนป่าทุ่งใหญ่ฯ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เตรียมแจ้งความ "กลุ่มออฟโรด" ผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ปมนำรถจอดในลำห้วย กระทบระบบนิเวศทางน้ำ-สภาพแวดล้อม และบินโดรนไม่ได้รับอนุญาต

กรณีเพจเฟซบุ๊ก โพสต์ภาพตั้งคำถามถึง กลุ่มออฟโรดขับรถลงไปในลำธาร ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการขับรถออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ และการนำรถยนต์ไปจอดในน้ำ จะทำลายสภาพทางธรรมชาติโดยรอบ เสี่ยงต่อการมีคราบน้ำมัน คราบจาระบี หรือสารเคมีจากตัวรถรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สัตว์ป่าต้องใช้ดื่มกิน

เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มีความผิดฐาน "กระทำการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพแก่ธรรมชาติ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ" รวมทั้งกรณี "บินโดรน" ในพื้นที่

วันนี้ (4 มิ.ย.2569) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีปรากฏข้อมูลและภาพถ่ายในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับคณะนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาบริจาคสิ่งของ ณ โรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านเกาะสะเดิ่ง และนำยานพาหนะลงไปในลำน้ำ รวมทั้งใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ภายในพื้นที่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

คณะนักท่องเที่ยวดังกล่าว ขออนุญาตเข้าพื้นที่อย่างถูกต้องตามขั้นตอน โดยขออนุญาตเข้าศึกษาธรรมชาติในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ หน่วยพิทักษ์ป่าสะเน่พ่อง – เกาะสะเดิ่ง ระหว่างวันที่ 30 – 31 พ.ค.2569 จำนวน 2 คณะ ประกอบด้วย คณะที่ 1 จำนวน 10 คน พร้อมยานพาหนะ 3 คัน และคณะที่ 2 จำนวน 10 คน พร้อมยานพาหนะ 3 คัน

จ่อแจ้งความ "กลุ่มออฟโรด" จอดรถกลางลำห้วย-บินโดรนป่าทุ่งใหญ่ฯ

จ่อแจ้งความ "กลุ่มออฟโรด" จอดรถกลางลำห้วย-บินโดรนป่าทุ่งใหญ่ฯ

ในช่วงเวลาดังกล่าว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้รับหนังสือจากโรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านเกาะสะเดิ่ง ขออนุญาตให้คณะ จำนวน 12 คน พร้อมยานพาหนะ 5 คัน เข้าพื้นที่เพื่อมอบอุปกรณ์กีฬา สิ่งของอุปโภคบริโภค เครื่องมือทางการเกษตร และจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่คณะครูและนักเรียนของโรงเรียน

แม้ว่าคณะนักท่องเที่ยว จะได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่อย่างถูกต้องตามขั้นตอน แต่เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว มีความจำเป็นต้องเดินทางข้ามลำน้ำหลายจุด ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลและภาพที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าคณะนักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมบางประการที่ไม่เหมาะสม และอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขัดต่อแนวทางการอนุรักษ์ ดังนี้

  • การนำยานพาหนะจอดพักภายในลำห้วย อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำและสภาพแวดล้อมในพื้นที่
  • การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยมิได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามระเบียบที่กำหนด

การกระทำดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าภายในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ทั้งนี้ การกระทำของคณะบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 53 วรรคสอง ประกอบมาตรา 97 มาตรา 55 (3) ประกอบมาตรา 92 มาตรา 55 (4) ประกอบมาตรา 101 มาตรา 55 (5) ประกอบมาตรา 100 และ พ.ร.บ.การเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 มาตรา 23 และมาตรา 24

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จะดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวและผู้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง วิธีการ และเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนด ตลอดจนปฏิบัติตามคำแนะนำและคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นไปอย่างเหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลก

อ่านข่าว :

เริ่มแล้ว 4 มิ.ย.ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เช็ก 5 ช่องทาง

ตรวจ นร.กลุ่มเสี่ยง 100 คน พบติดสารเสพติดเกือบ 30 คน จ.สุรินทร์

ระดมกำลังค้นหา "นักท่องเที่ยว" หลงป่าเขาเจ็ดยอด วันที่ 3