กรมควบคุมโรคยกระดับ เฝ้าระวัง "อีโบลา" กักตัวผู้เดินทางพื้นที่เสี่ยง 21 วัน

สังคม
09:23
จำนวนผู้ชม 1,137
Thai PBS
กรมควบคุมโรคยกระดับ เฝ้าระวัง "อีโบลา" กักตัวผู้เดินทางพื้นที่เสี่ยง 21 วัน
กรมควบคุมโรคยกระดับมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยกำหนดให้ผู้เดินทางจาก ดีอาร์ คองโก - ยูกันดา ต้องเข้ารับการกักกันหรือแยกกักอย่างน้อย 21 วัน พร้อมเตือนผู้ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับตามกฎหมาย

วันนี้ (27 พ.ค.2569) กรมควบคุมโรค เปิดเผยมติการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งเห็นชอบให้ยกระดับมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สำหรับผู้เดินทางที่มาจากหรือผ่าน ดีอาร์ คองโก และ ยูกันดา หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดในทวีปแอฟริกามีความรุนแรงมากขึ้น และองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ปัจจุบันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo พบการระบาดหลักใน ดีอาร์ คองโก โดยมีผู้ป่วยสงสัย 867 คน และเสียชีวิตแล้ว 214 คน ขณะที่ยูกันดาพบผู้ป่วยยืนยัน 5 คน และเสียชีวิต 1 คน

แม้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่เนื่องจากโรคดังกล่าวมีความรุนแรงสูง และมีระยะฟักตัวนานถึง 21 วัน กระทรวงสาธารณสุขจึงประกาศให้ทั้ง 2 ประเทศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย

สำหรับมาตรการใหม่ กำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากหรือผ่านทั้ง 2 ประเทศ ต้องเข้าสู่กระบวนการแยกกักหรือกักกันอย่างน้อย 21 วัน โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่

  1. ผู้ที่ไม่มีอาการ จะต้องเข้ารับการ "กักกัน" หรือ Quarantine ในสถานที่ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด
  2. ผู้ที่มีอาการต้องเข้าสู่การ "แยกกัก" หรือ Isolation ในสถานพยาบาลของรัฐตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
กรมควบคุมโรคยกระดับ เฝ้าระวัง "อีโบลา" กักตัวผู้เดินทางพื้นที่เสี่ยง 21 วัน

กรมควบคุมโรคยกระดับ เฝ้าระวัง "อีโบลา" กักตัวผู้เดินทางพื้นที่เสี่ยง 21 วัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ผู้เดินทางจากหรือผ่าน ดีอาร์ คองโก และ ยูกันดา เดินทางเข้าประเทศไทย ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว เพื่อให้สามารถควบคุมและคัดกรองโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้กรมควบคุมโรค ได้เตรียมสถานที่กักกันรองรับผู้เดินทางที่จะเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ (27 พ.ค.2569) เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังย้ำถึงบทลงโทษตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ โดยหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้แยกกักหรือกักกัน ตามมาตรา 34 (1) มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และหากฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกจากสถานที่กักกัน ตามมาตรา 34 (7) จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือผู้เดินทางทุกคนให้ข้อมูลประวัติการเดินทางตามความเป็นจริง เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ และห้องปฏิบัติการในการรับมือสถานการณ์ดังกล่าว หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

อ่านข่าวอื่น :

พล.อ.รังษี นำทัพพรรคเศรษฐกิจเปิดตัว 49 ผู้สมัคร ส.ก. ชู AI แก้รถติดทั่วกรุง

MRT สายสีน้ำเงิน กำหนดราคาค่าโดยสารอัตราใหม่ 17-44 บาท เริ่ม 3 ก.ค.2569

ถล่มทุนเทา! ทหารเมียนมา-KNA ลุยทุบอาคารสแกมเมอร์ในชเวโก๊กโก่