วันนี้ (24 พ.ค.2569) สำนักข่าว CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ทรูธโซเชียล ว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และประเทศที่เกี่ยวข้อง มีความคืบหน้าอย่างมาก และใกล้บรรลุข้อตกลงสำคัญเพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมาหลายเดือน โดยระบุว่า ข้อตกลงส่วนใหญ่ได้มีการเจรจาแล้ว เหลือเพียงการสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้ายพร้อมย้ำว่า หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของข้อตกลงคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ให้กลับมาใช้งานอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Fars ซึ่งเป็นสื่อใกล้ชิดรัฐบาลอิหร่าน ออกมาปฏิเสธคำกล่าวบางส่วนของทรัมป์ โดยเฉพาะประเด็นการเปิดเสรีช่องแคบฮอร์มุซ ว่า ช่องแคบดังกล่าวยังอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน และแม้อิหร่านจะยอมให้จำนวนเรือผ่านกลับสู่ระดับก่อนสงคราม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดเสรีเต็มรูปแบบเหมือนในอดีต
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดการเจรจาเปิดเผยว่า บันทึกความเข้าใจฉบับล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีเป้าหมายเพื่อยุติการสู้รบ พร้อมค่อย ๆ ฟื้นฟูการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังเตรียมปลดล็อกทรัพย์สินบางส่วนของอิหร่าน ที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ
รายงานระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะดำเนินเป็น 2 ระยะ
- ระยะแรก อิหร่านจะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซในระดับก่อนเกิดสงคราม พร้อมรับรองว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และจะสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันและเชื้อเพลิงได้อีกครั้ง
- ระยะที่ 2 จะใช้เวลา 30-60 วัน เป็นการเจรจารายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงปัญหาสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะใกล้ระดับอาวุธ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า โอกาสที่ข้อตกลงจะสำเร็จอยู่ที่ 50:50 และเตือนว่า หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ อาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง โดยระบุว่า การเจรจาอาจนำไปสู่ข้อตกลงที่ดีหรือการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน
ด้าน เชบาซ ชารีฟ นายกฯ ปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทเป็นคนกลางสำคัญในการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน ออกมาแสดงความยินดีกับทรัมป์ ต่อความพยายามพิเศษในการผลักดันสันติภาพ พร้อมเปิดเผยว่า ทรัมป์ได้หารือทางโทรศัพท์กับผู้นำหลายประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงตุรกี อียิปต์ จอร์แดน และปากีสถาน เพื่อผลักดันกระบวนการสันติภาพต่อไป
ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล และการหารือเป็นไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวฝ่ายอิสราเอลระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลยังมีความกังวลว่า ข้อตกลงชั่วคราวอาจเน้นเพียงการหยุดยิง เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร โดยไม่ได้แก้ปัญหาหลักเรื่องโครงการนิวเคลียร์และยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน นักการเมืองสายแข็งในพรรครีพับลิกันบางส่วนออกมาแสดงความกังวลต่อแนวทางของทรัมป์เตือนว่า หากอิหร่านยังคงมีอิทธิพลเหนือช่องแคบฮอร์มุซและโครงสร้างพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย อาจกลายเป็นฝันร้ายต่ออิสราเอลและสมดุลอำนาจในภูมิภาค การเจรจาครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดมรดกทางการเมืองของทรัมป์ พร้อมเตือนว่าการทำข้อตกลงที่อ่อนข้อเกินไปอาจถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอของสหรัฐฯ
ด้าน ไมค์ ปอมเปโอ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ วิจารณ์ข้อตกลงดังกล่าวว่า "ไม่ใช่อเมริกามาก่อน" และเปรียบเทียบกับข้อตกลงยุคอดีต ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ขณะที่ทำเนียบขาวตอบโต้กลับอย่างรุนแรงผ่านโฆษกด้านการสื่อสาร
ทางฝั่งอิหร่าน แม้จะมีสัญญาณบวกจากการเจรจา แต่ผู้นำระดับสูงยังคงส่งสัญญาณแข็งกร้าว โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายอิหร่าน ยืนยันว่า อิหร่านจะไม่ยอมสละสิทธิของประเทศ และหากสหรัฐฯ กลับมาเปิดสงครามอีกครั้ง อิหร่านก็พร้อมตอบโต้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
อ่านข่าว :
ภาคประชาชน -นักวิชาการ กังวลขุดลอกแม่น้ำกก จ.เชียงราย เสี่ยงกระทบระบบนิเวศ-สารพิษฟุ้งกระจาย
นักวิชาการ มธ. ชี้ 1 ปีทำได้จริง จี้รัฐดันแรงงานแพลตฟอร์ม-ไรเดอร์เข้า ม.33
สั่งปิดทางลักผ่าน หลัง รร.วัดสังฆราชา เหตุรถไฟชน จยย.เสียชีวิต 1 คน










