นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวถึง โครงการขุดลอกแม่น้ำกกเพื่อป้องกันน้ำท่วมและการตื้นเขิน ตั้งแต่สวนสาธารณะหาดเชียงรายถึงฝายเชียงราย ว่า การขุดลอกแม่น้ำหรือตลิ่ง ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะกระทบระบบนิเวศลุ่มน้ำ ชายฝั่ง ลำห้วย และปากแม่น้ำ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและมีคุณค่าที่อาจมองไม่เห็น เช่นบริเวณชายฝั่งมีพันธุ์พืชและปลาหลายชนิด มีความเปราะบาง การขุดลอกจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชายฝั่ง หรือตลิ่ง
สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ระบบนิเวศแม่น้ำกก แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือในประเทศเมียนมา และระบบนิเวศแม่น้ำกกในประเทศไทย ระหว่าง ท่าตอน-เชียงราย มีลำห้วยสาขามากกว่า 30 สาขา เป็นเกาะแก่ง โขดหิน และหาดทราย ก่อนไหลผ่านหุบเขาก่อนจะผ่านเมืองเชียงราย เป็นที่ราบลุ่มและไหลลงสู่แม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
ถ้ามีการขุดลอกจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ขุดแล้วตะกอนทราย ตะกอนดิน จะสะสมขึ้นใหม่ เพราะยังมีฝายเชียงรายเป็นตัวดักตะกอน
นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ชี้ว่า การแก้ปัญหาอาจต้องตรวจสอบบริเวณหน้าฝาย ว่ามีการสะสมดินตะกอน น่าจะเป็นการแก้ไขเป็นเรื่องหลัก และควรศึกษาการตกตะกอนหน้าฝายทำให้เกิดการตื้นเขินหรือไม่ หรือการบริหารจัดการฝายระยะเวลาการสะสมดินตะกอนหน้าฝายมีความหนาหรือทับถมอย่างไร
แม่น้ำกกมีทรายเยอะ เป็นลำธารทรายไหลมาทุกปี ถ้ามีฝายกั้นเป็นระยะจะสะสมทุกช่วงฤดูน้ำหลาก เพราะแม่น้ำไม่ได้ไหลอิสระก็จะต้องขุดทุกปี
ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า การขุดลอกแม่น้ำกกในสถานการณ์ปกติ เมื่อเกิดน้ำท่วมและน้ำตื้นเขิน การขุดน้ำให้ลึก หรือกว้างขึ้น ก็มีความกังวลว่าจะกระทบกับทางเดินของน้ำและระบบนิเวศหรือไม่ แต่ปัจจุบันแม่น้ำกกอยู่ในสถานการณ์ที่ปนเปื้อนสารโลหะหนักอย่างน้อย 9 ชนิด
ตะกอนดิน ทราย มีสารมีสารโลหะจำนวนมากอยู่แล้ว การตักตะกอนดินจะทำให้สารโลหะหนักฟุ้งกระจายมากขึ้น
ดร.สืบสกุล กล่าวอีกว่า ช่วงฤดูฝน กรมควบคุมมลพิษ จับตาดูสารพิษจะเพิ่มสูงขึ้นหรืออาจมีการฟุ้งกระจายตะกอน ถ้ามีการตักขึ้นมาจากการขุดลอก จะมีความน่ากังวลมากขึ้นหรือไม่ คำถามสำคัญตะกอนดินและทรายที่ปนเปื้อนสารพิษเทศบาลนครเชียงรายจะบริหารจัดการอย่างไรและก่อให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปหรือไม่
ผมคิดว่า กรมควบคุมมลพิษ และ สทนช.ในฐานะที่ดูการบริหารจัดการน้ำ ควรจะทำหรือไม่ รวมถึงคณะกรรมการแม่น้ำโขงเหนือ ที่มีส่วนการพิจารณาโครงการฯมีแผนเรื่องนี้อย่างไร
แม่น้ำกก บริเวณสวนสาธารณะหาดเชียงราย
สำหรับ “ โครงการขุดลอกแม่น้ำกกเพื่อป้องกันน้ำท่วมและการตื้นเขิน ตั้งแต่สวนสาธารณะหาดเชียงรายถึงฝายเชียงราย ” เทศบาลนครเชียงราย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯ ระบุถึงความจำเป็นมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2567 ทำให้แม่น้ำกกและแม่น้ำกกสายในตื้นเขิน ส่งผลต่อระบบนิเวศ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และภูมิทัศน์ของเมือง โดยเฉพาะสวนสาธารณะหาดเชียงรายที่เป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย
โครงการฯ มีความจำเป็นเร่งด่วน อย่างจริงจัง เพื่อฟื้นฟูสภาพแม่น้ำกกและแม่น้ำกกสายในให้กลับมามีประสิทธิภาพในการระบายน้ำ เพิ่มศักยภาพในการรองรับปริมาณน้ำในช่วงฤดูฝน
ขณะเดียวกัน เมื่อดูวัตถุประสงค์ของโครงการฯไม่มีรายละเอียดของการจัดการสารพิษที่เกิดจากการขุดตะกอนและทรายจากแม่น้ำกกและแม่น้ำกกสายใน โดยเป้าหมายโครงการจะเน้นการขุดลอก ดังนี้
1.งานขุดลอกแม่น้ำกก (สายหลัก) ระยะทางประมาณ 13.570 เมตร
2.งานขุดลอกแม่น้ำกก(เกาะแม่ฟ้าหลวง) ระยะทางประมาณ 520 เมตร
3.งานขุดลอกแม่น้ำกก (กกหลง) ระยะทาง 1,700 เมตร
4.งานขุดลอกแม่น้ำกก(สายใน) ระยะทางประมาณ 2,130 เมตร
สำหรับพื้นที่ดำเนินโครงการฯเริ่มตั้งแต่สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย ถึงฝายเชียงราย และแม่น้ำกกสายใน อ.เมือง จ.เชียงราย ระยะเวลาดำเนินโครงการปี 2570 โดยเทศบาลนครเชียงรายรับผิดชอบโครงการฯ งบประมาณทั้งสิ้น 223 ล้านบาท
รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
อ่านข่าว :
สทนช.ดูระบบแจ้งเตือนน้ำท่วม “ลุ่มน้ำกก-อิง” มั่นใจระบบเตือนภัยแม่นยำ
เตือนเลี่ยงบริโภค "หอยสาละวิน" ชั่วคราว หลังพบการปนเปื้อนโลหะหนัก
ฟื้น “พรุหญ้าท่าตอน” สู่การอนุรักษ์ แก้สารพิษลุ่มน้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

