จับตาพายุลูกใหม่ “บาหวี่” อีสาน-กลาง-อันดามัน เสี่ยงฝนหนักท่วมฉับพลัน

ภัยพิบัติ
15:54
จำนวนผู้ชม 447
Thai PBS
จับตาพายุลูกใหม่ “บาหวี่”  อีสาน-กลาง-อันดามัน เสี่ยงฝนหนักท่วมฉับพลัน
พายุลูกใหม่ “บาหวี่” เล็งอีสาน-กลาง-อันดามัน เสี่ยงฝนหนัก ท่วมฉับพลัน เกษตรฯ แนะเตรียมระบายน้ำให้พร้อมถึงสิงหาคม  

วันนี้ (11 ก.ค.2569) นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 10-15 ก.ค.2569 โดยเฉพาะ 5 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงพายุไต้ฝุ่นบาหวี่ แม้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนสะสมได้ พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวจึงควรเตรียมแปลงปลูกให้พร้อม ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

ดังนั้นกรมฯแนะนำให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน ร่วมกันประเมินสถานการณ์ สำรวจพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ เช่น ตัดแต่งกิ่งพืชลดความเสียหายจากลมพายุ และเตรียมช่องทางการระบายน้ำออกจากพื้นที่ป้องกันน้ำขัง เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11-12 ก.ค.2569 ที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น นอกจากนี้ พยากรณ์โดยรวมทุกภาคของประเทศไทยช่วงกลางเดือน ก.ค.2569 จะมีฝนเฉลี่ยร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดจนการพยากรณ์ในเดือน ส.ค.2569 จะมีฝนทั่วประเทศเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 85 ซึ่งสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อพืช ผลผลิตการเกษตร และพื้นที่แปลงปลูกได้ จึงควรเตรียมการป้องกันในระยะยาว

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า อิทธิพลความแปรปรวนของสภาพอากาศประกอบกับสถานการณ์เอลนิโญที่ทวีความรุนแรงในปี 2569 ซึ่งอาจก่อให้เกิดฝนตกสะสมในระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค.2569 ดังนั้น นอกจากพี่น้องเกษตรกรไทยจะเตรียมพื้นที่รับมือก่อนและขณะเผชิญหน้ากับอิทธิพลของพายุแล้ว จะต้องพัฒนาทักษะและศักยภาพที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวเพื่อประกอบอาชีพการเกษตรผ่านความแปรปรวนของการเกิดภัยพิบัติสามารถฟื้นฟูพืชและพื้นที่การเกษตรหลังเผชิญภัยพิบัติให้กลับสู่สถานการณ์ปกติด้วย

ไม่ว่าจะเป็นทักษะประเมินสภาพต้นพืชและดินปลูก องค์ความรู้และความสามารถผลิตชีวภัณฑ์ดูแลรักษาพืชด้วยตนเองอย่างเหมาะสม ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เพื่อให้เกษตรกรร่วมปฏิบัติจริงในการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มากำจัดโรคพืช และเชื้อราเมตาไรเซียมกำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นต้น พร้อมป้องกันและฟื้นฟูการทำเกษตรในทุกสภาพอากาศ

สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ กรณีเกิดความเสียหายจะตรวจสอบทะเบียนเกษตรกรที่เป็นปัจจุบัน เมื่อจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนขอรับการช่วยเหลือที่กำหนด ไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันเกิดภัย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรเตรียมพร้อมป้องกันภัยธรรมชาติและติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง หากต้องการคำแนะนำและความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลในพื้นที่ทันที

อ่านข่าว:

พายุคลื่นลมแรงพัดเรือประมงอับปางอ่าวแสมสาร - ทร.ช่วย 7 ชีวิตปลอดภัย

เตือน 5 จังหวัดฝนตกหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำป่าหลาก 11-14 ก.ค.

พิษ "ไมสัก" ตราดน้ำป่าไหลหลาก เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนเฝ้าระวังเต็มกำลัง