วันนี้ (24 พ.ค.2569) เหตุรถไฟชนรถเมล์บริเวณย่านอโศก-เพชรบุรีเพิ่งผ่านไปได้ 1 สัปดาห์ แต่ล่าสุดได้เกิดอุบัติเหตุซ้ำเกี่ยวกับจุดตัดทางรถไฟอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นเหตุรถไฟชนรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิต บริเวณจุดตัดทางรถไฟหลังโรงเรียนวัดสังฆราชา ซอยลาดกระบัง 3 แยก 4 เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อมาตรการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟในหลายพื้นที่
ตำรวจ สน.จระเข้น้อย รับแจ้งเหตุเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีรถไฟชนรถจักรยานยนต์และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบ พบร่าง น.ส.บุษกร บุญศรี อายุ 21 ปี เสียชีวิตอยู่ข้างทางรถไฟ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพพังเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก
ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตกำลังขับรถจักรยานยนต์ข้ามจุดตัดทางรถไฟในช่วงจังหวะเดียวกับที่รถไฟสินค้าขบวน 4403 กำลังวิ่งมุ่งหน้าเข้าสถานีบางซื่อ ทำให้รถไฟพุ่งชนอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตทันที หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบพื้นที่ ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร พร้อมประสาน รฟท.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด
ต่อมาในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของรถไฟสินค้าขบวน 4403 ขณะวิ่งผ่านสถานีอโศก เวลา 22.58 น. ของวันที่ 23 พ.ค. ก่อนออกนอกเมืองและชนรถจักรยานยนต์ที่ย่านลาดกระบังในเวลาต่อมา โดยผู้โพสต์ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมเตือนผู้ใช้เส้นทางข้ามทางรถไฟให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่หลายจุดยังมีทัศนวิสัยไม่ชัดเจนและเป็นจุดเสี่ยงอันตราย
ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลตรงกันว่า จุดตัดทางรถไฟบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นเนิน โค้ง และมีหญ้าขึ้นสูงบดบังสายตา ทำให้บางช่วงมองเห็นรถไฟได้ยาก หากผู้ขับขี่ไม่ชะลอรถหรือข้ามรางในระยะกระชั้นชิด ก็อาจเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ง่าย โดยหลายคนยอมรับว่าจุดนี้ถือเป็นจุดอันตรายที่เกิดเหตุเฉียดฉิวอยู่บ่อยครั้ง
นครนายก รถพ่วงปูนติดคาราง ชาวบ้านวิ่งโบกหยุดรถไฟฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ยังเกิดอีกเหตุการณ์ระทึกที่ทางตัดรถไฟในพื้นที่ หมู่ 6 ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับหมู่ 10 ต.วัดโบสถ์ อ.เมืองปราจีนบุรี เมื่อรถพ่วงบรรทุกปูนซีเมนต์น้ำหนักกว่า 40 ตัน ขับขึ้นจุดตัดทางรถไฟ โดยไม่ทราบว่า เป็นทางต่างระดับที่รถขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ จนท้องรถพ่วงติดคารางรถไฟและขวางเส้นทางรถไฟทั้งสาย
หลังเกิดเหตุ ชาวบ้านพยายามช่วยกันนำรถไถนามาลากรถพ่วงออกจากราง แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากตัวรถมีน้ำหนักมาก จึงต้องประสานรถแบ็กโฮเข้าช่วยเหลือ ระหว่างนั้นรถดีเซลรางขบวน 277 เส้นทางกรุงเทพฯ–กบินทร์บุรี กำลังจะวิ่งผ่านบริเวณดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำเสื้อและผ้ามาโบกเป็นสัญญาณให้รถไฟหยุดฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
ต่อมารถแบ็กโฮสามารถดึงรถบรรทุกปูนลงจากรางรถไฟได้สำเร็จ ก่อนที่รถไฟจะเดินทางถึงสถานีปากพลี เพียงไม่นาน ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายลงโดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่คนขับรถบรรทุกให้ข้อมูลว่า เพิ่งใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นครั้งแรก หลังไปรับปูนจากโรงงานใน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เพื่อจะนำไปส่งที่ จ.สระบุรี และไม่ทราบว่าจุดดังกล่าวเป็นทางต่างระดับที่รถพ่วงไม่สามารถผ่านได้
ซ้ำรอยอโศก! รถไฟสินค้าชน จยย. ดับคาที่ย่านลาดกระบัง คาดทัศนวิสัยมืด
ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า พยายามส่งสัญญาณเตือนรถบรรทุกแล้ว แต่ไม่ทัน รถขึ้นไปบนรางก่อนจะติดคาอยู่กลางทาง พร้อมระบุว่า จุดตัดแห่งนี้เคยมีรถขนาดใหญ่ติดคารางลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้งเกือบทุกปี
ภายหลังเจ้าหน้าที่การรถไฟจากสถานีรถไฟปราจีนบุรีเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมเปิดเผยว่า จุดตัดดังกล่าวเพิ่งติดตั้งอุปกรณ์กั้นทางรถไฟเสร็จ แต่ยังไม่ได้มีการตรวจรับอย่างเป็นทางการ โดยเหตุรถพ่วงคร่อมรางครั้งนี้ส่งผลให้ทรัพย์สินของการรถไฟได้รับความเสียหาย และจะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าประเมินมูลค่าความเสียหายต่อไป ก่อนเปิดเส้นทางให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติหลังใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า 1 ชั่วโมง
อ่านข่าว :
ชาวบางกล่ำสุดงง! หม้อแปลงถูกขโมยนาน 2 ปี ทางหลวงติดป้ายให้ประหยัดไฟ
"ทรัมป์" ยังปลอดภัย หลัง จนท.วิสามัญมือปืนบุกยิงใกล้ทำเนียบขาว
สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องหลายพื้นที่ ใต้หนักสุด 70% พื้นที่










