ประกาศ สธ. "คองโก-ยูกันดา" เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย "ไวรัสอีโบลา"

สังคม
20:30
จำนวนผู้ชม 270
ประกาศ สธ. "คองโก-ยูกันดา" เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย "ไวรัสอีโบลา"
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ สธ. "คองโก-ยูกันดา" เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย "ไวรัสอีโบลา" มีผล 21 พ.ค. ขณะที่กรมควบคุมโรค เข้มมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยง หลัง WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

วันนี้ (20 พ.ค.2569) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease - EVD) พ.ศ.2569

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ซึ่งมีติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2569 องค์การอนามัยโลก ประกาศว่าพบการระบาดของโรคดังกล่าว ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา จึงประกาศให้การระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยง ที่จะเกิดการติดต่อของโรคดังกล่าว ที่มากับผู้เดินทางจากนอกราชอาณาจักร ดังนั้น เพื่อประโยชนในการป้องกันและควบคุมโรคที่อาจจะเข้ามาภายในราชอาณาจักร และเพื่อให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

รมว.สาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการด้านวิชาการ จึงเห็นสมควรประกาศกำหนดให้ท้องที่

นอกราชอาณาจักรที่เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งหากสภาวการณ์ของโรคดังกล่าวสงบลง หรือมีเหตุอันสมควร จะได้มีการประกาศยกเลิกเขตติดโรคติดต่ออันตรายต่อไป

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 รมว.สาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการด้านวิชาการ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา พ.ศ.2569

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ท้องที่นอกราชอาณาจักรดังต่อไปนี้ เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

(1) สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

(2) สาธารณรัฐยูกันดา

ประกาศ ณ วันที่ 20 พ.ค.2569 ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน รมว.สาธารณสุข

ขณะที่ นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การประกาศดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ และเพื่อรองรับความเสี่ยงจากผู้เดินทางที่มาจากประเทศที่มีการระบาด และช่วยให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข สามารถดำเนินมาตรการควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว และเหมาะสมตามสถานการณ์

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.มาตรการต้นทางและข้อปฏิบัติสำหรับสายการบิน ให้สายการบินแจ้งผู้เดินทางทุกคนที่มาจากเขตติดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา ลงทะเบียนข้อมูลล่วงหน้า โดยชาวต่างชาติต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC)

ส่วนคนไทยลงทะเบียนผ่านระบบ Thai Health Pass ณ จุด Check-in รวมทั้งสายการบิน ต้องส่งรายชื่อผู้โดยสารจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานปลายทางรับทราบล่วงหน้า และคัดกรองอาการ รวมถึงประเมินความเสี่ยงของผู้โดยสาร ตั้งแต่ต้นทางตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก

ทั้งนี้ ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ระบาดหากไม่มีความจำเป็น และต้องรายงานตัวต่อด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทุกครั้งเมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศ

2. มาตรการคัดกรอง ณ ท่าอากาศยานในประเทศ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะเข้าตรวจสอบ QR code ของผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาด บริเวณประตูขาเข้า (Gate) หรือหน้าประตูเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินตรงจากพื้นที่เสี่ยง ผู้เดินทางจากเขตติดโรค ต้องยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ก่อนผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการวัดไข้ซ้ำ สอบถามประวัติอาการป่วย และบันทึกข้อมูลที่อยู่ รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นปัจจุบันลงในระบบ เพื่อใช้ในการติดตามเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด โดยไม่ตื่นตระหนก เนื่องจากประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่มีมาตรฐาน และมีความพร้อมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ และระบบการแพทย์และการสาธารณสุข

สำหรับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ติดต่อผ่านการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือร่างกายของผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว อาการสำคัญ ได้แก่ มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ท้องเสีย และอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติ

อ่านข่าว :

WHO หวั่น "อีโบลา" ระบาดเร็ว-กินเวลานานหลายเดือน

WHO ประกาศ "อีโบลา" เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

"อีโบลา" สายพันธุ์บุนดีบูเกียว ระบาดในคองโก เสียชีวิต 80 คน

รู้จัก "อีโบลา" ทำไมทั่วโลกยังต้องเฝ้าระวัง?