สมช.ไฟเขียวส่งออกน้ำมันเครื่องบิน ให้ "เวียดนาม-ฟิลิปปินส์" ชี้ไม่กระทบการใช้น้ำมันในประเทศ

การเมือง
17:38
จำนวนผู้ชม 271
สมช.ไฟเขียวส่งออกน้ำมันเครื่องบิน ให้ "เวียดนาม-ฟิลิปปินส์"  ชี้ไม่กระทบการใช้น้ำมันในประเทศ
สมช.ไฟเขียวส่งออกน้ำมันเครื่องบิน ให้ "เวียดนาม-ฟิลิปปินส์" หลังถูกร้องขอ ชี้ไม่กระทบการใช้น้ำมันในประเทศ ระบุหากขาดแคลน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน สั่งระงับได้ทันที

วันนี้ (20 พ.ค.2569) เวลา 16.40 น ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น หลังจากใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง โดยที่ประชุมในวันนี้ มีการหารือใน 3 ประเด็นหลัก ประเด็นที่ 1 คือมาตรการการส่งออกเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักร เนื่องจากที่ผ่านมา สมช. มีมติระงับการส่งน้ำมัน ยกเว้นเมียนมาและลาว

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในครั้งนี้ที่ประชุมได้รับข้อเสนอ ข้อพิจารณาจากกระทรวงพลังงานว่า ขณะนี้มี 2 ประเทศที่ไทยช่วยส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเหล่านั้น คือ เวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นน้ำมัน JET A-1 หรือน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการใช้น้ำมันภายในประเทศ

และเป็นการดีที่จะลดการสต็อกน้ำมัน ซึ่งจะทำให้เราสามารถกลั่นน้ำมันได้ตามขั้นตอนตามที่กำหนด ซึ่งในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว อยู่ในภายใต้กระทรวงพลังงาน ถ้ามีการขาดแคลน กระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน มีอำนาจที่จะระงับการส่งออกได้ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้น้ำมัน

ส่วนประเด็นที่ 2 ที่ประชุมเห็นชอบ แนวทางหลักเกณฑ์การให้สถานะ การแก้ไขปัญหาสัญชาติของบุคคล กับบุคคลที่อพยพมายาวนาน เป็นมติตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2567 ซึ่งให้อำนาจกระทรวงมหาดไทย รับคำร้องในการพิจารณากำหนดสถานะให้กับกลุ่มกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เป็นบุคคลไร้สัญชาติ และรัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาดังกล่าว

โดยมีระยะเวลารับคำร้องตั้งแต่วันที่ 30​ มิ.ย.2568 - 30 มิ.ย.2569 ยอดจำนวนทั้งหมดกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มีปัญหาการไร้สัญชาติ 480,000 คน กระทรวงมหาดไทย สามารถดำเนินการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตามวงรอบประมาณกว่า 100,000 คน ซึ่งที่ประชุม สมช.เห็นชอบให้ขยายการรับคำร้อง เพื่อกำหนดสถานะตามหลักเกณฑ์เดิมไปอีก 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 30 มิ.ย.2569 - 30 มิ.ย.2570 เพื่อให้กลุ่มที่ได้ทำทะเบียนไว้เดิมยื่นคำร้อง ซึ่งกระบวนการจะจบที่อำเภอ ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

เลขาธิการ สมช. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากพบว่า กลุ่มคนที่ไม่มารายงานตัวหรือหายไปจากระบบ มีมติให้กรมการปกครอง ตรวจสอบทางทะเบียนและปรับตัวเลขในทะเบียนที่ถูกต้องทางกฎหมาย ถ้ายังไม่มีการรายงานตัว ก็จะมีมาตรการที่เหมาะสม ซึ่งเข้าใจบางส่วนมีการหายไปจากทะเบียน เช่น เสียชีวิต ซึ่ง กระทรวงมหาดไทย ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกำหนด

และประเด็นที่ 3 ที่ประชุมรับทราบ มติ สมช.ที่จะออกมาตรการควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน ซึ่ง สมช. เคยมีมติระงับการส่งออกสินค้า และมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ โดยเฉพาะ กระทรวงกลาโหม โดยออกเป็นกฎหมายขึ้นมาคือ พระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามแนวชายแดน เพื่อเป็นกรอบในการควบคุมสินค้า

ซึ่งกระทรวงกลาโหมดำเนินการการจัดทำประกาศ และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และล่าสุด พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงนามในประกาศดังกล่าว สำหรับในรายละเอียดกำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่ทางเมียนมาและกัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดชายแดน เพื่อกำหนดประเภทสินค้า จำนวน ในการควบคุมการส่งออกตามแนวชายแดน นอกเหนือจากที่กำหนดไว้เดิม ซึ่งต้องดูตามสถานการณ์

อ่านข่าว

ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก รัฐ-เอกชน รุกดีเซล B20 การันตีความพร้อม

ทีมสุดซอยยื่นหลักฐาน DSI ฟัน "บริษัทค้าน้ำมัน" สืบหาบอสเบื้องหลังขบวนการ

ครม. อนุมัติปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ 68.03%

รอง ผบ.ตร.เผยผลสอบพบ "ผู้ค้าน้ำมัน 6 ราย" กักตุน-ประวิงเวลา

ปตท.แจ้งปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 85 สต./ลิตร - ดีเซล 75 สต./ลิตร

สศช.เตือนรับมือวิกฤตค่าครองชีพ GDP ไทย Q1 โต 2.8% คงทั้งปี 2%

DSI จ่อแจ้งข้อหาคดีกักตุนน้ำมันใน 15 วัน เร่งขยายผลหานายทุน