ไม่มีใครทราบว่า “ครูบาคันธา” หรือ “พญาพิงคราช” ตามตำนานที่ “นายไพศาล” นักแก้กรรมชื่อดังเมืองลำพูน กล่าวอ้างมาตลอดระยะเวลาว่า เป็นผู้เปิดโลกทิพย์ ให้เขามีสัมผัสที่ 6 สามารถย้อนอดีตให้เห็น “บาป-บุญ” ที่เคยทำ และ “กรรม” ที่เคยสร้างในหลายชาติภพมีจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ หลังมีผู้เสียหายถูกล่วงละเมิดทางเพศ เข้าแจ้งความ ในข้อหากระทำชำเรา และพรากผู้เยาว์ ต่อมาศาลอนุมัติหมายจับ ทำให้วันนี้ (20 พ.ค.2569) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 2 เป้าหมาย และจับกุมผู้ต้องหา เป็นการปิดฉากผู้เห็นนิมิตรพิสดาร โดยปริยาย
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 ป. นำกำลังเข้าจับกุม “นายไพศาล” นักแก้กรรมวัย 67 ปี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น ,พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง กว่า 198 รายการ ทั้งเสื้อผ้า หนังสือรุ่นของโรงเรียนต่าง ๆ หนังสือแสดงประวัติพระ เอกสารแสดงข้อมูลผู้มาติดต่อเข้าพบรักษาอาการป่วยกับ นายไพศาล ซึ่งปรากฏข้อมูลชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ของผู้เสียหาย สำเนาสมุดบัญชี โฉนดที่ดิน และเอกสารอื่น ๆ 55 ทั้งโฉนดที่ดิน และสมุดบัญชีธนาคาร
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นชายจำนวน 2คน ได้ร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน กก.4 ป. เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2569 ให้ความดำเนินคดีกับนายไพศาล ขณะครอบครัวพาผู้เสียหาย ซึ่งเป็นชายวัย 30 ปี เดินทางไปรักษาอาการปวดศรีษะเรื้อรัง แล้วถูกล่อลวงให้สำเร็จความใคร่และกระทำอนาจาร โดยอ้างเป็นพิธีกรรมพราหมณ์-ฮินดู ต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียหายรายที่ 2 วัย 18 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายไพศาล เช่นกัน จากกรณีที่ครอบครัวผู้เสียหายพากันเดินทางไปรักษาอาการปวดหลัง แต่กลับถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"
พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ระบุว่า จากการนำกำลังเข้าตรวจค้น 2 จุดในพื้นที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ พบหลักฐานสำคัญเป็นหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ จำนวน 13 รายการ มีการทำเครื่องหมายสัญลักษณ์ไว้ที่รายชื่อบุคคลอย่างเป็นระบบ คล้ายเอกสารลับ ตรวจสอบแล้วพบว่า รายชื่อ “เจ้ากรรมนายเวร” ที่ผู้ต้องหานำไปอ้างกับเหยื่อ ตรงกับรายชื่อในหนังสือรุ่นเหล่านี้ จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาแอบอ้างข้อมูลจากหนังสือรุ่น มาแต่งเรื่องราวอดีตชาติเพื่อหลอกลวงประชาชนมาตั้งแต่ปี 2566
จากการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง และรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ของตำรวจกองปราบ ได้ข้อมูลน่าเชื่อว่า ทั้งสองคดีมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง จึงขอศาลออกหมายจับ จนนำไปสู่การ เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากนักแก้กรรม นิมิตพิสดาร!!” เข้าจับกุม นายไพศาล จากสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอต่อสู้คดีในชั้นศาล
สำหรับพฤติการณ์แห่งคดีพบว่า หากมีผู้ที่เจ็บป่วย หรือมีความทุกข์เข้ามาขอความช่วยเหลือนายไพศาล จะเข้าไปตรวจกรรมและดูในนิมิต และนำให้ไปไหว้พระตามวัดต่าง ๆ เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้หายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย โดยดูนิมิตว่ามีกรรมอะไร โดยอาจให้ส่งภาพถ่ายหลักฐานและบุคคลเกี่ยวข้องมาให้ เพื่อจะเริ่มพิธีตรวจกรรมในขั้นต่อไป
จากนั้นจะแจ้งผลการนิมิตว่าสาเหตุอาการเจ็บป่วย หรือความทุกข์นั้น เกิดจากบุพกรรมเก่าในอดีตชาติ โดยนำเรื่องประวัติศาสตร์มาเทียบเคียง แล้วแจ้งว่าจะต้องแก้วิบากกรรม โดยไปขออโหสิกรรมกับบุคคลที่กระทำในอดีตชาติ โดยจะแจ้งชื่อสกุล สถานที่อยู่ของบุคคลที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร เมื่อผู้มาขอความช่วยเหลือติดตามไปพบ ก็จะทำพิธีขอขมากรรมตามที่นายไพศาลบอกไว้ บางคนที่ศรัทธาก็จะมอบเงินและทรัพย์สินให้กับนายไพศาลอีกด้วย
ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"
นอกจากนี้ ยังมีการเขียนหนังสือ “หนังสือเรื่องนิมิตพิศวง” เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนิมิตของตนเอง ที่ได้เดินทางย้อนอดีตชาติไปพบเรื่องราว เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่นการสร้างเมืองวัดหรือศาสนสถานต่าง ๆ และทราบว่าบุคคลในอดีตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังกล่าวปัจจุบันกลับชาติมาเกิดในปัจจุบันและมีตัวตนจริง โดยระบุชื่อ-สกุล และ ที่อยู่ของบุคคลนั้นไว้อีกด้วย โดยมีการเขียนเรื่องดังกล่าวไว้จำนวนหลายตอนและตีพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่แจกให้กับคนที่มาทำพิธีกับตนเอง
ปิดฉาก "ไพศาล" นักแก้กรรม เปิดนิมิตพิศดาร ลวงอนาจาร "เหยื่อ"
จากการกล่าวอ้างข้อมูลบุคคล และที่อยู่ต่าง ๆ ซึ่งมีตัวตนจริง ยิ่งทำให้เป็นที่อัศจรรย์แก่คนทั่วไป และถูกเผยแพร่ต่อ ๆ กันเรื่อยมาหลายสิบปี อีกทั้งจากที่มีบุคคลสาธารณะ บุคคลที่มีชื่อเสียง ไปขอความช่วยเหลือจากนายไพศาล เผยแพร่ออกสื่อต่าง ๆ จึงยิ่งทำให้แพร่กระจายจนประชาชนทั่วไปหลงเชื่อศรัทธานายไพศาลฯ เป็นจำนวนมาก
จากข้อมูลพบว่า นายไพศาล ให้ความสนใจศึกษาในเรื่องศาสนาและประวัติศาสตร์ และยังมีเก็บสะสมหนังสือประวัติศาสตร์ , หนังสือเกี่ยวกับการสร้างวัดหรือศาสนสถานต่าง ๆ และหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันต่าง ๆ ทั้งในระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษาที่มีการทำเครื่องหมายกำกับตามรายชื่อไว้
ส่วนเนื้อหาในหนังสือเรื่องนิมิตพิศวงที่นายไพศาล เขียนขึ้น ได้นำเรื่องในประวัติศาสตร์มาผูกเนื้อหาอ้างอิงเข้ากับตัวบุคคลในปัจจุบัน มีทั้งพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียง ,บุคคลทั่วไปที่มีชื่อเสียง และบุคคลทั่วไปที่มีตัวตนจริง ทั้งทหาร ตำรวจ ดาราและบุคคลทั่วไป ตำรวจพบว่ารายชื่อ ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของบุคคลทั่วไป บางส่วนที่นายไพศาล นำมากล่าวอ้าง นำข้อมูลจากหนังสือทำเนียบรุ่นที่เก็บสะสมไว้มาใช้อ้างอิง
อีกทั้งตรวจพบว่า บุคคลที่นายไพศาล แจ้งชื่อ-สกุล สถานที่อยู่ของเจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติ ให้ผู้ที่หลงเชื่อไปขออโหสิกรรม บางส่วนมีข้อมูลชื่อ-สกุล และที่อยู่ ตรงกับหนังสือทำเนียบรุ่นที่เก็บสะสมไว้อีกเช่นกัน จากการตรวจสอบกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างแล้ว จึงทราบว่ามีเพื่อนที่จบการศึกษาจากสถาบันเดียวกันก็ถูกคนมาขอทำพิธีขออโหสิกรรมเช่นเดียวกัน จึงสันนิษฐานว่า ข้อมูลบุคคลที่ถูกล่าวอ้างนั้นบางส่วนอาจนำมาจากหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันต่าง ๆ ที่ได้สะสมไว้
อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ (21 พ.ค.2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายไพศาลเพื่อส่งฝากขังต่อศาลอาญารัชดาต่อไป ...ทั้งนี้สำหรับนายไพศาล ตามกฎหมายเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำตัดสินถึงที่สุด
อ่านข่าว :
“รถไฟไทยกำลังวิ่งด้วยคนไม่พอ” เสียงสะท้อนจาก “สราวุธ สราญวงศ์” ปธ.สหภาพแรงงานรถไฟฯ
โปรดเกล้าฯ ยก "วัดอโศการาม-วัดพระธาตุลำปางหลวง-วัดป่าแสงอรุณ-วัดพะโคะ-วัดสาลโคดม" เป็นพระอารามหลวง
สมช.ไฟเขียวส่งออกน้ำมันเครื่องบิน ให้ "เวียดนาม-ฟิลิปปินส์" ชี้ไม่กระทบการใช้น้ำมันในประเทศ
เปิดตำนาน "นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ" ภาพสลักโบราณกลางป่าเมืองดอกบัว
