วันนี้ (20 พ.ค.2569) ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว เพื่อเริ่มต้นภารกิจการเยือนอย่างเป็นทางการ เป็นระยะเวลา 2 วัน ท่ามกลางการต้อนรับอย่างสมเกียรติและอบอุ่นจาก หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน พร้อมด้วยกองเกียรติยศและกลุ่มเยาวชนที่มาร่วมแสดงความยินดี
การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 25 ของผู้นำรัสเซีย ซึ่งเป็นที่จับตามองจากประชาคมโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกิดขึ้นภายหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 9 ปีไปเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า นี่คือความพยายามของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในการรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจโลก
ตามกำหนดการ ประธานาธิบดี ปูติน จะเข้าร่วมการหารือทวิภาคีระดับสูงกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง โดยทำเนียบ ประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุว่า วาระการประชุมจะครอบคลุมตั้งแต่การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนทรรศนะในประเด็นสำคัญ ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
สอดคล้องกับการแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่ระบุว่า การพบปะครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดี ในการเดินหน้ายกระดับ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเสถียรภาพ และสร้างพลังบวกให้แก่ประชาคมโลก
การเยือนในครั้งนี้ ยังแฝงนัยสำคัญทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ทางการทูต เนื่องจากประจวบเหมาะกับวาระครบรอบ 25 ปี ของการลงนามในสนธิสัญญาความเป็นพันธมิตรและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างจีนและรัสเซีย (Sino-Russian Treaty of Friendship) ที่ได้ทำร่วมกันไว้เมื่อปี 2544
ตลอดจนเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการสถาปนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ชาติ ก่อนการเดินทาง ประธานาธิบดี ปูติน กล่าวผ่านแถลงการณ์รูปแบบวิดีโอยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนว่า ก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งในมิติของความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
เน้นย้ำว่าทั้ง 2 ประเทศ พร้อมเดินหน้าความร่วมมือบนหลักการแห่งความเท่าเทียม ผลประโยชน์ร่วมกัน และการสนับสนุนกันและกัน ในประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์หลักของชาติ ซึ่งรวมถึงการรักษาอธิปไตยและความเป็นเอกภาพแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่าความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการป้องกันประเทศ กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้แก่ระเบียบโลก
แม้ ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาประจำทำเนียบ ประธานาธิบดี รัสเซีย จะออกมายืนยันว่า กำหนดการเยือนจีนในครั้งนี้ ถูกตกลงและเตรียมการไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนก.พ. และไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ กับการเยือนของ โดนัลด์ ทรัมป์
แต่นักวิเคราะห์ทางการเมืองระหว่างประเทศ หลายสำนักกลับมองว่า ห้วงเวลาดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการทูตที่ชัดเจนจากรัสเซีย เพื่อสื่อสารไปยังสหรัฐอเมริกาว่า แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะสามารถเยือนจีนได้ ทว่าสายสัมพันธ์ระหว่างกรุงมอสโกและกรุงปักกิ่งนั้น มีความลึกซึ้ง แนบแน่น และเป็นมิตรมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
ในมิติทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทวิภาคีเชิงลึก ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาวะดังกล่าว ได้แปรเปลี่ยนไปนับตั้งแต่รัสเซีย เปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2565 จีนซึ่งประกาศวางตัวเป็น กลางในความขัดแย้ง ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้าอันดับ 1 และเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรวมถึงก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของรัสเซีย ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และการเงินอย่างรุนแรงจากสหรัฐฯ และยุโรป
ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า ความสัมพันธ์ด้านพลังงานและการค้ากำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่สมดุล โดยในปัจจุบันรัสเซียมีความจำเป็นต้องพึ่งพาจีน ทางเศรษฐกิจมากกว่าที่จีนต้องพึ่งพารัสเซีย
นอกจากนี้ บริบทด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ยังมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาถึงความขัดแย้งที่กำลังปะทุขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งออกมายอมรับว่า สั่งระงับแผนการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในนาทีสุดท้าย และยังคงขู่ว่าอาจเปิดการโจมตีระลอกใหม่หากไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ดึงความสนใจ และทรัพยากรของรัฐบาลวอชิงตัน ออกจากสมรภูมิในยูเครน แต่รัสเซียยังอาจคาดหวังว่าความขัดแย้งนี้ จะส่งผลให้ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของรัสเซียโดยตรง ท่ามกลางความพยายามของมหาอำนาจ ในการเจรจาและรักษาดุลยภาพที่ยังคงไม่มีความชัดเจน และทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง การพบปะระหว่างผู้นำรัสเซียและจีนในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อทิศทางการเมืองโลกในระยะต่อไป
อ่านข่าวอื่น :
อาร์เซนอล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี
สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนยังอ่วม ฝนฟ้าคะนองปกคลุม 60-70% พื้นที่
“อิหร่าน” ยื่นข้อเสนอถึง “สหรัฐฯ” ยุติเป็นปรปักษ์ - ปลดอายัดเงิน
