"คมนาคม" สั่งตรวจเข้มคนขับรถไฟ เล็งจัดระเบียบรถสินค้าหนักวิ่งกลางคืน

สังคม
12:19
จำนวนผู้ชม 134
"คมนาคม" สั่งตรวจเข้มคนขับรถไฟ เล็งจัดระเบียบรถสินค้าหนักวิ่งกลางคืน
Botnoi Voice
รมช.คมนาคม สั่งเร่งคุมเข้มตรวจคนขับ-ยืนยันตัวตนโดยเฉพาะการตรวจสอบแอลกฮอล์และสารเสพติด​ พร้อมสั่งสอบทุกฝ่าย คาดสรุปผลสอบได้ไม่เกิน 20 พ.ค.นี้

วันนี้ (18 พ.ค.2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟ ชนรถโดยสารประจำทาง สาย 206 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้าน ทั้งมาตรฐานผู้ขับขี่ ระบบควบคุมราง ระบบแจ้งเตือน รวมถึงกระบวนการตรวจสอบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลสอบเบื้องต้นได้ไม่เกินวันพุธที่ 20 พ.ค.นี้

จากรายงานเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถไฟมีใบอนุญาตขับรถไฟเดิมอยู่แล้ว แต่​ตามพระราชบัญญัติกรมการขนส่งทางรางฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ขับขี่รถไฟ​จะต้องยืนตัวตน และกำหนดระยะเวลาดำเนินการภายใน 120 วัน แต่ผู้ขับขี่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากกฎหมายใหม่ครอบคลุมผู้ถือใบอนุญาตเดิม

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนของการตรวจสอบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ ตามปกติมีการตรวจแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกเที่ยวอยู่แล้ว แต่การตรวจสารเสพติดจะใช้วิธีสุ่มตรวจเป็นรอบ แต่หลังเกิดเหตุตนสั่งการให้ยกระดับมาตรการให้ “ตรวจทั้งหมด” ทั้งในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขสมก. และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รวมถึงให้ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดอย่างเข้มงวดมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้มีคำสั่งให้พนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ควบคุมรางออกจากการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน ตามขั้นตอนการสอบสวน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยยืนยันว่า หากไม่ดำเนินการตามขั้นตอนก็จะไม่สามารถหาข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงฯ กำลังเร่งแก้ไขปัญหาระยะสั้น ด้วยการบริหารจัดการคน และลดความผิดพลาดจากปัจจัยมนุษย์ให้มากที่สุด ขณะเดียวกันในระยะยาว จะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความเสี่ยง แต่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และต้องเร่งรัดโครงการก่อสร้างระบบป้องกันให้แล้วเสร็จ โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงาน เร่งบริหารจัดการภาพรวมอย่างเป็นระบบ แม้จะติดข้อจำกัดด้านระเบียบและขั้นตอนราชการก็ตาม

สำหรับมาตรการด้านการเดินรถสินค้า กระทรวงคมนาคมเตรียมพิจารณาแนวทางจำกัดเวลาการเดินรถขนส่งสินค้าหนัก ให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลากลางวัน ในลักษณะเดียวกับมาตรการรถบรรทุกของกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากรถสินค้ามีน้ำหนักมาก ใช้ระยะเบรกมากกว่าปกติ และต้องอาศัยทักษะในการควบคุมสูงกว่ารถทั่วไป โดยจะผลักดันให้เน้นวิ่งในช่วงเวลากลางคืนที่การจราจรเบาบางแทน

ส่วนการเยียวยาผู้ประสบเหตุ เบื้องต้นกำหนดวงเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต 1.5 ล้านบาท และกรณีทุพพลภาพ 500,000 บาท โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ รฟท. และ ขสมก. พิจารณานำเงินจากกองทุนที่เกี่ยวข้องมาสมทบเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม

อ่านข่าว :

นิติเวชเก็บ DNA เหตุรถไฟชนรถเมล์แล้ว 7 ร่าง จนท.พบชิ้นส่วนมนุษย์อีก 1 ชิ้นส่วน

ราคา “ทองคำ” ลบ 100 บาท ตลาดคาดเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์-บอนด์ยีลด์พุ่ง

ฟื้นฟู"สัตว์"เหยื่อไฟป่าส่งคืนผืนป่าในฤดูฝน