สช.ชี้ไม่ใช่ รร.เอกชน ปมครูยึดมือถือเด็กเรียกเงิน เล็งเอาผิดถ้าเป็น รร.เถื่อน

สังคม
08:49
จำนวนผู้ชม 1,063
สช.ชี้ไม่ใช่ รร.เอกชน ปมครูยึดมือถือเด็กเรียกเงิน เล็งเอาผิดถ้าเป็น รร.เถื่อน
สช.แจงผลตรวจสอบ กรณีครูยึดมือถือเด็กนักเรียน เรียกเงิน 10,000 บาท พบว่าไม่ใช่ รร.เอกชน สช. ย้ำหากเป็น รร.ไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามกฎหมาย

กรณีสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งคำถามกรณีครูยึดโทรศัพท์มือถือนักเรียนอายุ 17 ปี โดยครอบครัวเด็กชายชาวนราธิวาส อ้างว่าถูกเรียกเงินถึง 10,000 บาท หากต้องการได้มือถือคืน ตามกฏของโรงเรียน ทางครอบครัวไม่ยอม จึงให้นักเรียนลาออกและขอทรัพย์สินคืน แต่ครูกลับไม่ให้นั้น

วันที่ 15 พ.ค.2569 นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวถึงกรณีนักเรียนอายุ 17 ปี ถูกยึดโทรศัพท์มือถือและเรียกเก็บเงินเพื่อแลกกับการคืนโทรศัพท์ว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ แสดงความห่วงใยเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

จากการตรวจสอบ พบว่า สถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต จัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนในสังกัด สช. และไม่พบข้อมูลว่าได้รับอนุญาตเป็นศูนย์การเรียน ในฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีลักษณะการจัดการเรียนการสอน ในรูปแบบโรงเรียนเอกชนนอกระบบ โดยไม่ได้รับอนุญาต สช.ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การจัดการศึกษาทุกรูปแบบ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย สิทธิ และศักดิ์ศรีของผู้เรียนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ปกครองตรวจสอบสถานะของสถานศึกษาก่อนส่งบุตรหลานเข้าเรียน หากพบสถานศึกษาที่อาจไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกระทรวงศึกษาธิการ โทร. 1579

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนสอนศาสนา ย่านคลอง 9 เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ซึ่งจดทะเบียนในรูปแบบมูลนิธิ จากการลงพื้นที่พบว่าประตูหน้าโรงเรียนปิด ก่อนมีชาวบ้านพาเดินเข้าทางด้านหลัง และพูดคุยกับประธานมูลนิธิ ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงเรียน

ผู้บริหารโรงเรียน ชี้แจงว่า โรงเรียนมีกฎชัดเจน ห้ามนักเรียนนำโทรศัพท์มือถือมาใช้ภายในโรงเรียนโดยเด็ดขาด พร้อมระบุว่า นักเรียนคนดังกล่าวเคยถูกยึดโทรศัพท์มาแล้ว 1 ครั้ง และเคยขอคืนเพื่อนำส่งผู้ปกครอง แต่ต่อมาก็นำกลับมาใช้อีก จึงถูกยึดตามกฎระเบียบ พร้อมยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยนำโทรศัพท์ที่ยึดจากนักเรียนไปขายจริง โดยนำเงินไปซื้อขนมมาแจกเด็กนักเรียนภายในโรงเรียน

ผู้บริหารโรงเรียน กล่าวต่อว่า ขณะนี้พูดคุยกับผู้ปกครองแล้ว และส่งโทรศัพท์คืนทางไปรษณีย์ไปยัง จ.นราธิวาส ส่วนครูที่ยึดโทรศัพท์ไม่ได้ถูกลงโทษ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน

อ่านข่าว :

สหรัฐฯ เผย "อิสราเอล-เลบานอน" ตกลงขยายหยุดยิงอีก 45 วัน

สภาพอากาศวันนี้ "เหนือ-อีสาน" ฝนตกหนักมาก - กทม.เจอฝน 60%

"เอกชน" เสนอรัฐลงทุนครั้งใหญ่ เน้นน้ำเพื่อการเกษตร-พลังงานสะอาด