DSI ลุยสอบนอมินี "สมุย-พะงัน" 34 บริษัท ส่อถือหุ้นแทนต่างชาติ

อาชญากรรม
16:48
จำนวนผู้ชม 34
DSI ลุยสอบนอมินี "สมุย-พะงัน" 34 บริษัท ส่อถือหุ้นแทนต่างชาติ
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยเตรียมลุยตรวจสอบคดีนอมินีในพื้นที่เกาะสมุย-เกาะพะงัน 34 บริษัท ส่อถือหุ้นแทนต่างชาติ พบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ตเข้าข่าย

วันนี้ (15 พ.ค.2569) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยความคืบหน้า การตรวจสอบคดีนอมินีในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงันว่า ดีเอสไอประชุมร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และได้รับข้อมูลบริษัทต้องสงสัยจำนวน 34 บริษัท ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป โดยขณะนี้หน่วยปฏิบัติด้านความมั่นคงได้ตรวจสอบแล้ว 21 บริษัท และอยู่ระหว่างสืบสวนแสวงหาพยานหลักฐาน

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า การจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ต้องพิสูจน์ทั้ง 2 ส่วน คือ บริษัทนั้นประกอบธุรกิจต้องห้ามตามกฎหมาย และมีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในสัดส่วนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการเป็น "นอมินี" เพียงอย่างเดียว ยังไม่ถือว่ามีความผิด หากไม่ได้ประกอบธุรกิจต้องห้ามร่วมด้วย

สำหรับบริษัทที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ พบว่ามีหลากหลายประเภท ทั้งธุรกิจรีสอร์ต โรงแรม และร้านอาหาร โดยเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเชิงลึก ทั้งเรื่องศักยภาพทางการเงินของผู้ถือหุ้นชาวไทย อำนาจบริหารบริษัท รวมถึงแหล่งที่มาของเงินลงทุน ว่าผู้ถือหุ้นไทยเป็นผู้ชำระเงินจริง หรือมีบุคคลอื่นดำเนินการแทน

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าพบลักษณะการถือหุ้นไขว้ และการเป็นกรรมการหลายบริษัทของบุคคลบางราย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อมูลบ่งชี้ที่อาจเข้าข่ายนอมินี แต่ยังต้องพิจารณาร่วมกับพยานหลักฐานด้านอื่น ๆ เพราะเพียงประเด็นเดียวอาจยังไม่เพียงพอในการดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีโรงเรียนอนุบาลบนเกาะพะงัน ที่ถูกตรวจสอบด้วยฝ่ายความมั่นคงไปก่อนหน้านี้ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ยังไม่อยู่ในกลุ่ม 34 บริษัท ที่ได้รับข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เนื่องจากมีสินทรัพย์ไม่ถึง 100 ล้านบาท และจะเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ในการตรวจสอบ

เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ถึงกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในพื้นที่ พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า มีหลายสัญชาติ รวมถึงกลุ่มทุนจากอิสราเอล และยืนยันว่าการดำเนินคดีของดีเอสไอไม่ได้เจาะจงเชื้อชาติ แต่หากพบว่าชาวต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายไทย ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวถึงแนวทางการขยายผลคดีว่า ปัจจุบันความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ยังไม่เป็นความผิดฐานฟอกเงิน แต่ได้รับทราบว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างเสนอแก้กฎหมายเพิ่มเติม เพื่อให้ความผิดดังกล่าว สามารถเชื่อมโยงกับคดีฟอกเงินได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการยึดทรัพย์

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ภายหลังนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตามหน้าที่ โดยคดีที่มีมูลค่าสินทรัพย์เกิน 100 ล้านบาท จะอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ ในลักษณะโครงการพิเศษ ขณะที่คดีอื่นจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมดำเนินการต่อไป

อ่านข่าว :

นายกฯ ย้ำเอาผิด "ชาวต่างชาติ" ทำธุรกิจเอาเปรียบคนเกาะพะงัน

ค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุดบนเกาะพะงัน เข้าข่ายต่างชาติทำธุรกิจผิดกฎหมาย

นายกฯ ลงพื้นที่เกาะพะงัน-หาดฟรีดอม ติดตามแก้ปัญหานอมินีต่างชาติ รุกที่สาธารณะ