วันนี้ (9 พ.ค.2569) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569
เนื้อหาสาระมี 11 มาตรา สาระสำคัญระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานที่มีต่อประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ การรักษาความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้หยุดชะงัก และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ รองรับเทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้ทันต่อเหตุการณ์ ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติ คณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ ในนามรัฐบาลมูลค่าไม่เกิน 400,000 ล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 ก.ย.2570
ทั้งนี้ ให้เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้จะนำไปใช้เพื่อการอื่นนอกจากการดังต่อไปนี้ไม่ได้ คือ เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการประกอบ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิล ไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไปให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยแผนงานหรือโครงการใช้จ่ายเงินกู้ให้เป็นไปตามคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามบัญชีแนบท้าย
การกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการชำระหนี้คืนประกอบด้วย ในกรณีจำเป็นคณะรัฐมนตรีจะมีมติให้ปรับวงเงินกู้ที่กำหนดไว้ตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนดนี้ก็ได้ แต่เมื่อรวมวงเงินกู้ทั้งหมดต้องไม่เกิน 400,000 ล้านบาท และให้คณะกรรมการกลั่นกรองการจ่ายเงินกู้มีอำนาจตามที่กำหนด โดยให้ รมว.คลัง รักษาการตามพระราชกำหนดนี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อ่านเพิ่ม : ราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็ม
อ่านข่าว
ทะลุ 1 แสนรายชื่อแล้ว 3 องค์กร ล่าชื่อจี้รัฐบาลทบทวน “แลนด์บริดจ์”
ผบ.ตร.ตามคดี "ชายจีนซุกอาวุธ" พบพิรุธให้ปากคำขัดแย้งกับหลักฐาน
กรมการแพทย์ เผย ยังไม่พบ “ฮันตาไวรัส” ระบาดในประเทศไทย
