วันนี้ (8 พ.ค.2569) นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีนี้ แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลง 16% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 5,595 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2026 ข้อมูลจากสภาทองคำโลก หรือ World Gold Council รายงานความต้องการทองคำโลกไตรมาส 1/2569 ที่พุ่งแตะระดับ 1,231 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 1.93 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 74% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยปัจจัยสำคัญประกอบด้วย
นางพวรรณ์ กล่าวว่า โดยการซื้อทองแท่งและทองเหรียญ โดยนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นถึง 42% แตะระดับ 474 ตัน ถือเป็นระดับสูงสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกของปีนี้มียอดซื้อสุทธิรวม 244 ตัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน และนับเป็นการซื้อสุทธิติดต่อกันถึง 17 เดือน แม้ว่าราคาทองคำ จะปรับตัวขึ้นกว่า 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทองคำโลก โดยเพียงประเทศเดียวมีการซื้อทองแท่งและทองเหรียญสูงถึง 207 ตัน เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อน และทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสใหม่ ทิ้งห่างสถิติเดิมที่ 155 ตันในปี 2556 ขณะที่อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ต่างเพิ่มสัดส่วนการลงทุนทองคำอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
นอกจากนี้ แรงซื้อจากนักลงทุนฝั่งเอเชีย ถือสัญญาณที่น่าสนใจที่สุดในรอบปี นักลงทุนเอเชียยังเดินหน้าซื้อ Physical Gold อย่างต่อเนื่อง แม้ว่านักลงทุนในสหรัฐฯ เริ่มลดการถือครอง ETF ทองออกในเดือนมี.ค. จนมากกว่าเงินที่ไหลเข้าในเดือนม.ค.-ก.พ.ทั้งหมด
ภาพดังกล่าวสะท้อน Structural Turning Point ของตลาดทองคำโลก หลังเริ่มเห็นความแตกต่างชัดเจน ระหว่างพฤติกรรมของนักลงทุนฝั่งตะวันตกและเอเชีย คาดว่าเป็นสัญญาณถึงแนวโน้มระยะยาวของ gold price กำลังเปลี่ยนไป
เนื่องจากนักลงทุนฝั่งตะวันตก มีมุมมองด้านต้นทุนค่าเสียโอกาสการถือครองทองคำ เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่นักลงทุนเอเชียมองต่างโดยสิ้นเชิงว่า ทองคำไม่ได้ทำหน้าที่แค่ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่เป็น safe haven สินทรัพย์ปลอดภัย และเครื่องมือกระจายความเสี่ยง จากค่าเงินและความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งเป็นแนวคิดที่อยู่ในวัฒนธรรมเอเชียมาหลายร้อยปี และไม่ได้เปลี่ยนตามดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม ทิศทางระยะยาวยังไปต่อ ราคาทองคำล่าสุด (วันที่ 8 พ.ค.2569) พยายามทรงตัวอยู่บริเวณ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลายสถาบันการเงินระดับโลกยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำระยะยาว
โดย Goldman Sachs ประเมินราคาทองคำปีนี้ที่ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ JPMorgan และ BNP Paribas มองกรอบเป้าหมายบริเวณ 6,250-6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วน Deutsche Bank ประเมินว่าราคาทองคำอาจแตะระดับ 8,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายใน 5 ปีข้างหน้า จากกระแส de-dollarization และการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังดำเนินต่อเนื่อง
รายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคาทองคำจะเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกและนักลงทุนในเอเชีย ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะความต้องการซื้อทองแท่งและทองเหรียญ (Bar & Coin Demand) สะท้อนแนวโน้มการกระจายทุนสำรองระหว่างประเทศ ออกจากเงินดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก
และแม้ว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก จะเริ่มผ่อนคลาย หรือธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเข้าสู่วัฏจักรลดดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า แต่แรงซื้อจากธนาคารกลางและนักลงทุนเอเชีย ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว เรามองว่านี่ไม่ใช่เพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้น แต่คือการสะสมทองคำ ซึ่งจะกลายเป็นฐานสำคัญที่สนับสนุนทิศทางราคาทองคำในระยะยาว
สอดคล้องกับ ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า อาศัยจังหวะที่ราคาทองตำปรับตัวลงในเดือนเม.ย. เพิ่มทองคำเข้าทุนสำรองอีก 260,000 ออนซ์ หรือ 8.1 ตันซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการซื้อรายเดือนในช่วงเดือนต.ค. 2568 - ก.พ. 2569 ถึงประมาณ 8.67 เท่า และถือเป็นการถือทองคำสำรองเพิ่มเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน
สำหรับ ราคาทองคำวันนี้ปิดตลาดลบ 100 บาท ผันผวน 22 ครั้ง ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 71,900 บาท และราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 71,700 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 72,700 บาท และราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 70,266.60 บาท ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,717 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 32.20 บาทต่อดอลลาร์
ราคาทองรูปพรรณ รวมค่ากำเหน็จ 800 บาท มีราคาดังนี้ ทองครึ่งสลึง ราคาขาย 9,788 บาท ทอง 1 สลึง ราคาขาย 18,775 บาท ทอง 2 สลึง/50 สตางค์ ราคาขาย 36,750 บาท และทอง 1 บาท ราคาขาย 72,700บาท ทองคำหนัก 2 บาท ขายออก 145,400 บาท ทองคำหนัก 5 บาท ขาย 363,500บาท
ภาพรวมราคาทองปี 2569 บวก 6,950บาท เดือนม.ค. ทองคำบวก 12,700 บาท เดือนก.พ. บวก 3,400 บาท เดือน มี.ค. ลบ 6,400 บาท เดือน เม.ย. บวก 250 บาท เดือนเม.ย. บวก 450 บาท โดยภาพรวมราคาทองปี 2569 ราคาสูงสุดที่ 81,950 บาท และราคาต่ำสุดที่ 64,550 บาท มีส่วนต่างราคาที่ 6,950 บาท
อ่านข่าว:
สรุปราคาทองคำ 6 พ.ค. 2569 ปิดตลาดพุ่ง 1,100 บาท ผันผวน 30 ครั้ง
ราคา “ทองคำ” เช้านี้ พุ่งแรง +700 บาท “รูปพรรณ”ขายออกบาทละ 72,000
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น ฉุด “ทองคำ” ลง 93.03 ดอลลาร์/ออนซ์
