"โทน บางแค" พบ ตร.ถูกโยงฉ้อโกง ยืนยันไม่หนี-ใช้หนี้ตามกำหนดสัญญา

อาชญากรรม
14:37
จำนวนผู้ชม 396
"โทน บางแค" พบ ตร.ถูกโยงฉ้อโกง ยืนยันไม่หนี-ใช้หนี้ตามกำหนดสัญญา
"โทน บางแค" เข้าพบกองปราบฯ แสดงความบริสุทธิ์ใจหลังถูกโยงขบวนการฉ้อโกง ยอมรับเป็นหนี้จริงกว่า 800 ล้านบาทและทยอยชำระจนเหลือประมาณ 300 ล้าน ยืนยันไม่หนีและพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย

วันนี้ (7 พ.ค.2569) นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อแสดงตัวและรับทราบรายละเอียด หลังปรากฏข่าวว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกง โดยยืนยันว่าไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และพร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

ภาพประกอบข่าว

นายโทนทอง เปิดเผยถึงกรณีการชำระหนี้สินกับ น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ โดยยอมรับว่าเป็นหนี้จริง ตามสัญญา ซึ่งยอดหนี้เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท ปัจจุบันชำระไปแล้ว เหลือหนี้ประมาณ 300 ล้านบาทเศษ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมา ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญามาโดยตลอด แม้อาจผ่อนชำระล่าช้าบางงวด ประมาณ 3-5 วัน ขณะนี้ชำระล่วงหน้าไปจนถึงปี 2570 แล้ว ทั้งที่สัญญามีผลถึงปี 2573

นายโทนทอง กล่าวต่อว่า ส่วนรถยนต์หรูและสินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ ที่ถูกกล่าวอ้างนั้น ยืนยันว่าเป็นทรัพย์สินที่ซื้อแบบผ่อนชำระครบถ้วนแล้ว ไม่ใช่ทรัพย์ที่ค้างชำระ หรือได้รับมาโดยเสน่หา

นายโทนทอง กล่าวว่า สำหรับพระเครื่องที่นำไปค้ำประกัน ซึ่งถูกอ้างว่ามีมูลค่าประมาณ 400-500 ล้านบาท แต่มูลค่าไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้นั้น ราคาพระเครื่องมีความผันผวนตามกลไกตลาด มีขึ้นลงตลอดเวลา เปรียบเสมือนราคาหุ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในวันที่มีการส่งมอบพระ เซียนพระคนสนิทของน.ส.ดรณ์ เป็นผู้ประเมินราคาด้วยตนเอง หากเห็นว่ามูลค่าไม่ครอบคลุมยอดหนี้ เหตุใดจึงยอมรับทรัพย์ค้ำประกันตั้งแต่ต้น

ภาพประกอบข่าว

นายโทนทอง กล่าวถึงกรณีการเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ได้ประสานผ่านนายเสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง เพื่อขอเข้าพูดคุยจริง แต่ในช่วงแรก ไม่ได้รับการตอบกลับ กระทั่งภายหลังนายเสมอติดต่อกลับมาและแจ้งว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ต้องการพบ จึงเดินทางไปเพื่อชี้แจงเรื่องหนี้สิน ซึ่งการพูดคุยกลับมีลักษณะเป็นการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ แตกต่างจากวัตถุประสงค์แรกที่ตั้งใจเข้าไปพบ

นอกจากนี้ นายโทนทองยังชี้แจงกรณีการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ, น.ส.ดรณ์ และพวกรวม 5 คน ว่า เป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง พร้อมเปิดเผยว่า ยังมีเซียนพระอีกหลายคนที่ถูกพาดพิงชื่อในขบวนการ เตรียมทยอยเข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจกับพนักงานสอบสวนเช่นกัน

"ตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องหนี้สินระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ไม่ควรมีการเจรจาไกล่เกลี่ยภายในห้องทำงานของตำรวจ แต่มองว่าควรดำเนินการผ่านกระบวนการทางศาลแพ่งมากกว่า โดยยืนยันว่าจะชดใช้หนี้ทั้งหมดให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกประเด็นตามกระบวนการกฎหมาย" นายโทนทอง กล่าว

อ่านข่าว

“บิ๊กเต่า” มองคดี ฉ้อโกงนักธุรกิจหญิง พฤติกรรม “เซียนพระ” ส่อเข้าข่าย “ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ”

ทนาย "สส.กมลศักดิ์" ร้อง ผบ.ตร .เร่งรัดคดีลอบยิง-หาตัวคนบงการ

จับแล้ว "สามี-ภรรยา" ขโมย “กิ้งก่า-ซาลาแมนเดอร์” สวนสัตว์พาต้า