วันนี้ (7 พ.ค.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับระบบการศึกษาไทยอย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญทั้ง "คุณภาพการเรียนรู้" ควบคู่กับ "ความปลอดภัยของนักเรียน" พร้อมดูแลภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานอย่างเป็นระบบ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะเปิดภาคเรียนในวันที่ 18 พ.ค.2569 โดยบางแห่งจะทยอยเปิดในวันที่ 14–15 พ.ค.2569 ขณะนี้ทุกโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบ และปรับปรุงความพร้อมในทุกมิติ ทั้งระบบไฟฟ้า อาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน สนามเด็กเล่น และบ้านพักครู เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กไทยอย่างมีความสุข
ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบาย รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลักด้านการศึกษา โดยเน้นแนวทาง "All for Education" เปิดรับความคิดเห็นจากครู บุคลากรทางการศึกษา และทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันออกแบบระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์พื้นที่จริง ลดการสั่งการจากส่วนกลาง และเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกด้าน "ความปลอดภัยในสถานศึกษา” เป็นวาระเร่งด่วน (Quick Win) โดยในวันที่ 15 พ.ค.2569 กระทรวงศึกษาธิการจะจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "วางระบบความปลอดภัยนักเรียน" ร่วมกับ 18 หน่วยงานสำคัญ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านสังคม เพื่อเชื่อมโยงระบบการดูแล ป้องกัน และช่วยเหลือนักเรียนอย่างครบวงจร
รองโฆษก ชี้แจงถึงการช่วยเหลือลดภาระผู้ปกครองว่า รัฐบาลยังเดินหน้าบรรเทาภาระ.โดยกระทรวงพาณิชย์จัดโครงการ "Back To School 2026" ลดราคาสินค้าและบริการด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุดถึง 86% ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. - 31 พ.ย.2569 ครอบคลุมทั้งเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน สินค้าไอที และบริการเสริมต่าง ๆ ผ่านห้างร้าน ร้านธงฟ้า และแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วประเทศ คาดช่วยลดภาระประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรียังได้มีมติปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมทั้งภาคเรียนที่ 2/2568 และภาคเรียนที่ 1/2569 โดยเพิ่มในทุกระดับชั้นและหมวดค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง สำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะครอบคลุมภาคเรียนที่ 2/2568 และภาคเรียนที่ 1/2569 จะมีการปรับเพิ่มในทุกระดับชั้นและหมวดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยรายละเอียด มีดังนี้
1. ค่าใช้จ่ายจัดการเรียนการสอน (บาท/คน/ปี)
- ระดับก่อนประถม: 2,040 บาท
- ระดับประถม: 2,280 บาท
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น: 4,200 บาท
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: 4,560 บาท
2. ค่าอุปกรณ์การเรียน (บาท/ภาคเรียน จ่ายปีละ 2 ครั้ง)
- ระดับก่อนประถม: 145 บาท
- ระดับประถม: 220 บาท
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น: 260 บาท
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: 260 บาท
3. ค่าเครื่องแบบนักเรียน (บาท/ปี จ่ายปีละครั้ง)
- ระดับก่อนประถม: 325 บาท
- ระดับประถม: 400 บาท
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น: 500 บาท
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: 550 บาท
4. เงินเพิ่มโรงเรียนขนาดเล็ก (Top-up)
โรงเรียนขนาดเล็กจะได้รับเงินเพิ่มประมาณ 500 – 1,000 บาท/คน/ปี จำนวนเงินที่ได้รับขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรียนและจำนวนนักเรียน โดยการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ
อ่านข่าว :
เปิดเทอม เงินสะพัด 66,376 ล้านบาท ม.หอการค้า เผย ขยายตัวสูงสุดรอบ10ปี
ศธ.อนุโลมใช้ชุดนักเรียนเดิม-ชุดลูกเสือเนตรนารี ไม่บังคับซื้อเต็มรูปแบบ
พณ.รับเปิดเทอม ลดค่าครองชีพ จัด Back To School 2026 ลดสูงสุด 86%
