วันนี้ ( 5 พ.ค.2569) นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึง ความคืบหน้าการตรวจสอบ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ภายหลังจากที่สส.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลถึงความล้าหลังของหลักสูตรสกร.ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้นางสาวเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร.ตอบคำถามว่าทำไมถึงยังใช้หลักสูตรเดิม และเรื่องการตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการแก้ปัญหานี้ ส่วนหลักสูตรของสกร.ที่ไม่ทันสมัยนั้น ขณะนี้มีอยู่ 2 หลักสูตร คือหลักสูตรปี 2551 และปี 2567 ที่มีการทดลองใช้แล้ว 12 จังหวัด และจากการลงพื้นที่ในจังหวัดชัยภูมิพบว่า ยังคงใช้หลักสูตรในปี 2551 อยู่ ซึ่งเนื้อหาก็ไม่ได้ทันสมัย โบราณ เพราะบางเรื่องเปลี่ยนไปมากแล้ว
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.)
หลักสูตรการศึกษาควรเดินไปข้างหน้าและปรับปรุงให้ทันโลกและสถานการณ์ เพราะการศึกษาใน สกร. ปีหนึ่งมีคนมาเรียนกว่า 8 แสนคน หากหลักสูตรที่มีไม่มีคุณภาพไม่มีมาตรฐาน จะกลายเป็นปัญหา หากกระทรวงฯไม่ทำตั้งแต่วันนี้ก็จะกลายเป็นปัญหายืดยาวในอนาคต
อย่างไรก็ตาม หลักสูตรของสกร.เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ซึ่งในวันที่ 9 -10 พ.ค.นี้ จะมีการพาผู้เรียนในหลักสูตรเดิมย้ายมาหลักสูตรใหม่ให้หมด เพื่อเข้าสู่หลักสูตรในปี 2567 และคาดว่าในช่วงเทอมการศึกษาที่ 1 ในปี 2570 จะทำการเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ได้ทั้งหมดทั่วประเทศ
รมช.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า จากการหารือร่วมกับอธิบดีสกร.ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจรับหนังสือและคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพหนังสือ ซึ่งหลังจากนี้จะไม่มีการปล่อยปละละเลย ซึ่ง 2 คณะกรรมการจะช่วยกันทำงานในระยะยาว ซึ่งสกร.เองก็ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องเพราะการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด
ในฐานะที่กำกับดูแล สกร.อยากให้ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่ชัดเจนไม่ใช่ว่าเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปแล้วยกเลิก ซึ่งอยากให้เป็นมาตรฐานการศึกษาของสรก.ในอนาคตว่าต้องมีการตรวจคุณสมบัติทุกประเด็น ทั้งหลักสูตรและตัวหนังสือ
อย่างก็ตามการทำงานร่วมกันกับอธิบดีสกร.นั้นเป็นคนที่ทำงานดี ทำงานไว หลายเนื้องานอธิบดีทำงานด้วยความใส่ใจและแนวนโยบายก็คล้ายกัน เช่น กลุ่มเปราะบางที่จะไปทำงานร่วมกันที่กรมราชทัณฑ์ ดังนั้นไม่มีปัญหาในกีทำงานร่วมกัน เพราะการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ต้องคุยกันตลอดเวลา และการให้เกียรติการเป็นเรื่องสำคัญ
ส่วนกรณีที่สส.พรรคประชาชนเตรียมที่จะตั้งกระทู้ถามในสภา หรือตั้งกระทู้เพื่อขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษานั้น นายอัครนันท์กล่าวว่า ประเด็นนี้กระทรวงฯได้ให้ความสำคัญตั้งแต่แรก การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลรอบนี้น่าจะทำงานด้วยกันได้อย่างดี ส่วนเรื่องนี้ตนมีคำตอบให้พรรคประชาชนอย่างแน่นอน เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญของชาติ และไม่กังวลหากจะเสี่ยงทำให้หลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะเดินหน้าทำงานเต็มที่เพื่อคุณภาพการศึกษาที่ดีและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้เรียน
อ่านข่าว:
กยศ. แจง"จ่ายแล้ว" ไม่ต้องกังวล ย้ำยอดชำระหนี้ไม่หาย แม้แอปฯไม่อัปเดต
กยศ.ขอนายจ้างที่หักเงินเดือนผู้กู้ยืมครั้งแรก มี.ค.69 นำส่งเงินผ่านระบบ e-PaySLF ภายใน 16 เม.ย.นี้
