วันนี้ (4 พ.ค.2569) นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต ได้แถลงไขข้อข้องใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมาย และการจัดการในกรณีที่ผู้ก่อคดีอาญามีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช โดยระบุอย่างชัดเจน เพื่อสร้างบรรทัดฐานความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ผู้ป่วยจิตเวชที่กระทำความผิด ยังคงมีความผิดตามกฎหมายแบบ 100% และไม่สามารถใช้อาการป่วยเป็นข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้อย่างเบ็ดเสร็จ กระบวนการทางกฎหมายจะดำเนินไปควบคู่กับการประเมินทางจิตเวชอย่างละเอียด
สำหรับกระบวนการยุติธรรมนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ
ส่วนแรกคือ ความสามารถในการต่อสู้คดี หากผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตที่รุนแรงจนไม่สามารถรับรู้ข้อกล่าวหาหรือไม่สามารถสื่อสารให้การในชั้นศาลได้ กฎหมายกำหนดให้ต้องส่งตัวเข้ารับการรักษา จนกว่าอาการจะดีขึ้น และอยู่ในสภาวะที่ "พร้อมสู้คดี" จึงจะเริ่มกระบวนการพิจารณาโทษในลำดับถัดไป
ส่วนที่สองคือ การพิจารณาในขณะเกิดเหตุ หากมีการพิสูจน์ทางการแพทย์อย่างแจ่มชัดว่า ในนาทีที่ลงมือนั้นผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมตนเองได้เลย หรือสูญเสียการรับรู้ความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ศาลอาจใช้ดุลพินิจในการพิจารณาโทษตามความเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม นพ.วรตม์ได้ย้ำเตือนจุดสำคัญว่า
หากการป่วยจิตนั้นมีสาเหตุมาจากการใช้ยาเสพติดหรือสารมึนเมา จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลในการขอลดหย่อนโทษได้
นอกจากประเด็นทางกฎหมายแล้ว กรมสุขภาพจิตยังให้ความสำคัญกับต้นตอของปัญหา คือ การขาดความต่อเนื่องในการรักษา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการกำเริบจนนำไปสู่พฤติกรรมรุนแรง เช่น การเกิดหูแว่ว ประสาทหลอน หรือความหวาดระแวงที่รุนแรงจนทำร้ายตนเองและผู้อื่น
กรมสุขภาพจิตย้ำ "ป่วยจิตเวช" ไม่ใช่ข้อยกเว้นความผิดทางกฎหมาย
ทางกรมสุขภาพจิต จึงมีคำแนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ต้องเข้ารับการตรวจรักษาและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการรับประทานยา ปัจจุบันมีทางเลือกทางการแพทย์คือ ยาฉีดจิตเวช ที่ออกฤทธิ์ระยะยาว 1-3 เดือน เพื่อช่วยคุมอาการให้คงที่ และลดความเสี่ยงจากการขาดยา
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น แม้จะมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาการป่วยจิตเวชของผู้ก่อเหตุ แต่ยังคงต้องรอการยืนยันทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าอยู่ในกลุ่มอาการประเภทใด เนื่องจากโรคทางจิตเวชมีหลายรูปแบบและไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรุนแรงเสมอไป
ดังนั้น บทบาทของคนใกล้ชิดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยสังเกตสัญญาณความเปลี่ยนแปลง เช่น พฤติกรรมเก็บตัว การละเลยการดูแลตัวเอง หรือความหวาดระแวงที่เพิ่มขึ้น เพื่อรีบส่งเสริมให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยอย่างทันท่วงที
อ่านข่าว :
นักวิชาการเตือนภัยแบตลิเธียม ระเบิดลูกโซ่ช่วงหน้าร้อน ผลกระทบรุนแรง
บ.กาวยาแนว จ่อแจ้งความ "เบิร์ด วันว่างๆ" เอาผิด พ.ร.บ.คอมฯ
กรมอุตุฯ คาดไทยเข้าสู่ "ฤดูฝน" ช่วงวันที่ 15-17 พ.ค.นี้
