นักวิชาการเตือนภัยแบตลิเธียม ระเบิดลูกโซ่ช่วงหน้าร้อน ผลกระทบรุนแรง

ภูมิภาค
11:10
จำนวนผู้ชม 840
นักวิชาการเตือนภัยแบตลิเธียม ระเบิดลูกโซ่ช่วงหน้าร้อน ผลกระทบรุนแรง
นักวิชาการเคมีอินทรีย์ชี้ อุบัติเหตุขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมเพิ่มต่อเนื่อง เหตุ "ความร้อน–แรงกระแทก–ลัดวงจร" จุดชนวนปฏิกิริยาลูกโซ่ แนะวิธีรับมือ-ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (4 พ.ค.2569) รศ.ดร.วีรชัย พุทธิวงศ์ เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุการขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียม ที่เกิดการระเบิด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 พ.ค.2569 ว่า แบตเตอรี่ลิเธียมโดยปกติสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย หากไม่มีปัจจัยกระตุ้น แต่ภายในเซลล์แบตเตอรี่มีทั้งสารเคมีที่ติดไฟได้ และสารออกซิไดเซอร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเกิดเพลิงไหม้

"เมื่อเกิดการลัดวงจร หรือมีความร้อนสะสม ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อน หรือว่าเกิดการบีบอัด เช่น เกิดอุบัติเหตุ เกิดการกระแทก มันก็จะเกิดความร้อน ทำให้เกิดการติดไฟได้นะครับ" รศ.ดร.วีรชัย กล่าว

ทั้งนี้ รศ.ดร.วีรชัย รอธิบายว่า การระเบิดของแบตเตอรี่ลิเธียมมักไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียวจบ แต่เป็นลักษณะ ปฏิกิริยาลูกโซ่ หรือที่เรียกว่า Thermal Runaway ซึ่งความร้อนจากแบตเตอรี่ก้อนหนึ่งจะส่งต่อไปยังก้อนอื่น ทำให้เกิดการลัดวงจรและระเบิดต่อเนื่อง ส่งผลให้ความรุนแรงของเพลิงไหม้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

"เนื่องจากว่า สารเคมีที่เก็บอยู่ในแบตเตอรี่อีกกล่องนึง อีกชุดนึงเนี่ยนะครับ ยังไม่ได้เกิดการลัดวงจร แต่ว่าความร้อนที่เกิดจากกล่อง ที่เกิดจากการกระแทก เกิดจาก การลัดวงจร และ เกิดการระเบิด เกิดขึ้นนะ ส่งผลกระทบไปถึงอีกกล่องนึง มันก็จะเกิดความร้อนสะสม แล้วก็เกิดการลัดวงจร แล้วก็เกิดการติดไฟขึ้นมานะครับ" รศ.ดร.วีรชัย กล่าว

นอกจากนี้ อุณหภูมิภายนอกที่สูง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่อาจแตะ 40 องศาเซลเซียส ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงสร้างภายในแบตเตอรี่ผิดรูป จนนำไปสู่การลัดวงจรและเกิด จุดร้อน (Hot Spot) ซึ่งสามารถจุดติดสารเคมีภายในได้

สำหรับการระงับเหตุ รศ.ดร.วีรชัย ระบุว่า เพลิงไหม้จากแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นเพลิงจากสารเคมี จึงควรใช้โฟมเป็นหลัก หรือหากใช้น้ำต้องใช้ในปริมาณมากและพ่นในลักษณะละอองเพื่อคลุมเปลวไฟ พร้อมเสริมด้วยโฟมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

"ลักษณะอย่างนี้ เป็นสารเคมีนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย ดับเพลิงจะต้องใช้ โฟมนะครับ หรือว่าถ้าใช้น้ำ ก็ต้องใช้ในปริมาณมาก ใช้น้ำในลักษณะของการพ่นละออง เพื่อ คุมเปลวไฟ แล้วก็ใช้โฟม ในการช่วยนะครับ" รศ.ดร.วีรชัย กล่าว

ในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เขาเตือนว่า สารเคมีในแบตเตอรี่ เช่น อิเล็กโทรไลต์และโลหะหนัก อาจปนเปื้อนลงดินและใช้เวลานานในการย่อยสลาย ขณะที่ควันไฟยังมีฝุ่น PM2.5, PM10 และสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

"ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีแน่นอนนะครับ เพราะว่าแบตเตอรี่เอง จะมีสารเคมี ที่เป็นสารอิเล็กโไไลต์นะครับ มีกลุ่มของโลหะหนัก เพราะฉะนั้น น้ำที่ดับเพลิง เจือปนลงดิน ตัวนี้ก็จะสะสมอยู่ในดิน ใช้เวลานานมากนะครับ กว่าที่จะสลายตัว ส่วนฝุ่นละออง หรือเขม่าควันต่างๆ ก็จะมีส่วนผสมของไฮโดรคาร์บอน เขม่า ควัน PM 2.5 PM10 ซึ่งเกาะไปกับตัวสารอินทรีย์ระเหยนะครับ ซึ่งตัวนี้ก็เป็นอันตรายในระยะยาวนะครับ แต่ว่าในระยะสั้น ก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ เพราะฉะนั้นประชาชน หรือว่า คนที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ลักษณะอย่างนี้ ต้องใส่หน้ากาก เพื่อป้องกัน แล้วก็ต้องออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วนะครับ" รศ.ดร.วีรชัย กล่าวในที่สุด

อ่านข่าว :

"เบิร์ด วันว่างๆ" ขอโทษใช้ยาแนวผสมแป้งปะหน้า อ้างทําคอนเทนต์เลี้ยงชีพ

"นิด้าโพล" สำรวจคนใต้ เคยได้ยิน "โครงการแลนด์บริดจ์" 54.43% เห็นด้วย 34.21%