ศึกอิหร่านยืดเยื้อทำ "ราคาน้ำมันดิบโลก" พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี

ต่างประเทศ
06:09
จำนวนผู้ชม 354
ศึกอิหร่านยืดเยื้อทำ "ราคาน้ำมันดิบโลก" พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี
สถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานสูงระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่สหรัฐฯ เดินหน้าโน้มน้าวพันธมิตรร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งทะยานมากกว่าร้อยละ 7 ทะลุ 126 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 114 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในภายหลัง

ส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก มาจากรายงานข่าวที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมรับฟังการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับแผนการโจมตีทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่าน เพื่อบีบให้อิหร่านเจรจายุติความขัดแย้งครั้งนี้และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากการเจรจาประสบปัญหาชะงักงันมาแล้วหลายสัปดาห์

ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็วทันทีที่สงครามกับอิหร่านสิ้นสุดลง ส่วนที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ระบุว่า รัฐบาลทรัมป์อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทน้ำมันและพิจารณามาตรการเพิ่มการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่ออุปทานด้านพลังงาน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝั่งสหรัฐฯ ทำให้กองทัพอิหร่านส่งสัญญาณเตือนเช่นกันว่าพร้อมโจมตีตอบโต้ฐานที่มั่นของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางอย่างรุนแรงและยาวนาน หากสหรัฐฯ ตัดสินใจกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง แม้จะอยู่ในวงจำกัดก็ตาม

สหรัฐฯ โน้มน้าวพันธมิตรร่วมเปิด "ฮอร์มุซ"

ส่วนประเด็นช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีอุปสรรคด้านการเดินเรือ หลังจากฝ่ายอิหร่านควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็เดินหน้าดำเนินมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน

สำนักข่าว Reuters รายงานอ้างเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันจัดตั้งพันธมิตรระหว่างประเทศที่ชื่อว่า Maritime Freedom Construct (MFC) เพื่อฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการรักษาเส้นทางเดินเรือในช่วงหลังความขัดแย้งสิ้นสุดลง

ในเอกสารระบุว่า สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกจะได้รับข้อเสนอนี้ไปชี้แจงให้แก่ชาติพันธมิตรได้รับทราบภาย แต่ไม่รวมถึงจีน เบลารุส คิวบาและชาติศัตรูอื่นๆ ของสหรัฐฯ

ความเคลื่อนไหวนี้ถือว่าแตกต่างจากท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัมป์มักออกมาวิพากษ์วิจารณ์ชาติพันธมิตร โดยเฉพาะกลุ่มประเทศนาโตว่าไม่ยอมช่วยสหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งส่งสัญญาณขู่จะถอนตัวออกจากพันธมิตรดังกล่าว

อ่านข่าว

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ชี้สหรัฐฯ “พ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย”

"ทรัมป์" ถกบริษัทน้ำมัน รับมือผลกระทบปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

จีนพบแหล่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ กว่า 200 แห่ง ในช่วง 4 ปี