"สีหศักดิ์" ย้ำกัมพูชาต้องหยุดยั้งสงครามวาจา ยันพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง

การเมือง
05:50
จำนวนผู้ชม 459
"สีหศักดิ์" ย้ำกัมพูชาต้องหยุดยั้งสงครามวาจา ยันพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง
"สีหศักดิ์" พบ รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์-ฟิลิปปินส์ ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรป ชี้แจงประเด็นกัมพูชา ต้องมีทั้งการหยุดยิง และการหยุดยั้งสงครามด้วยวาจา ยันพร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง

วันที่ 28 เม.ย.2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ หารือทวิภาคีกับ มาเรีย เทเรซ่า พี ลาซาโร่ รมว.ต่างประเทศฟิลิปปินส์ และ นายวิเวียน บาลากริชนัน รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรป (ASEAN-EU Ministerial Meeting: AEMM) ครั้งที่ 25 ที่บันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม

ในการหารือดังกล่าว รมว.ต่างประเทศฟิลิปปินส์ ให้ความสนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย กับกัมพูชา และนายสีหศักดิ์ได้แจ้งพัฒนาการล่าสุดและความสำคัญที่ทั้งสองประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า การหารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ฝ่ายไทยได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาว่า ต้องมีทั้งการหยุดยิง และการหยุดยั้ง สงครามด้วยวาจา เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างไทย กับ กัมพูชา มีทั้งประเด็นชายแดน การขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ และความรู้สึกระดับประชาชน ซึ่งไม่สามารถคลี่คลายได้หากไร้ความจริงใจจากฝ่ายกัมพูชา

โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตกลงกัน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการภายใน

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาประกาศวันประชุมอย่างกะทันหัน โดยฝ่ายไทยไม่เคยทราบมาก่อน เปรียบเสมือนการผลักให้ไทยเป็นฝ่ายปฏิเสธ

วิเวียน บาลากริชนัน รมว.สิงคโปร์

วิเวียน บาลากริชนัน รมว.สิงคโปร์

ขณะที่การหารือแบบทวิภาคีกับ รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ นายวิเวียน ให้ความสนใจในประเด็นเมียนมาเป็นพิเศษ

รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ แสดงความกังวลถึงจังหวะของการขยับตัวในประเด็นเมียนมา เนื่องจากสิงคโปร์ยังคาดหวังพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่านี้

นายสีหศักดิ์ แสดงท่าทีเห็นด้วยในประเด็นดังกล่าวอย่างชัดเจน และเล็งเห็นความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาภายในเมียนมา รวมถึงกระบวนการสันติภาพและการพูดคุยระหว่างกลุ่มต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยพรมแดนของไทยติดกับเมียนมา ส่งผลให้ไทยไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปโดยแค่มองดูเพียงอย่างเดียว จึงต้องพยายามเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์เพื่อให้รัฐบาลเมียนมาเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ แต่ท้ายที่สุดแล้ว อาเซียนต้องตัดสินใจร่วมกันระหว่างการคงสถานะในการ ไม่เชิญ รมว.ต่างประเทศ หรือ ผู้นำเมียนมา เข้าร่วมประชุม กับการเปิดพื้นที่สำหรับการรื้อฟื้นความสัมพันธ์

เนื่องจากหากถ้าเมียนมาถูกโดดเดี่ยวต่อไป อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้นในภูมิภาค แต่หากการรื้อฟื้นความสัมพันธ์เกิดขึ้น อาเซียนจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์จากความมั่นคงในภูมิภาคและความเป็นเอกภาพของอาเซียน

อ่านข่าว :

"สีหศักดิ์" พบ "ปรัก สุคน" แจ้งไทยเดินหน้ายกเลิก MOU 44 ย้ำไม่กระทบการเจรจา

ทบ.จับตาชายแดนไทย-กัมพูชาเข้ม ยันไทยยึดถ้อยแถลงเคร่งครัด

ผู้ประกอบการไทยผิดหวัง ด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา 2 ไม่เปิดตามนัด