"ทรัมป์" สั่งโจมตีอิหร่าน ตอบโต้เหตุโดรนถล่มเรือสินค้าในฮอร์มุซ

ต่างประเทศ
15:25
จำนวนผู้ชม 239
Thai PBS
"ทรัมป์" สั่งโจมตีอิหร่าน ตอบโต้เหตุโดรนถล่มเรือสินค้าในฮอร์มุซ
ส่อเค้าบานปลาย กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีถล่มคลังอาวุธและระบบเรดาร์ของอิหร่าน ตอบโต้เหตุโดรนโจมตีเรือสินค้าสัญชาติสิงคโปร์ในฮอร์มุซ "ทรัมป์" จวกเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างโง่เขลา ขณะที่ IRGC ประกาศกร้าวพร้อมเอาคืนเป็นทวีคูณ

วันนี้ (27 มิ.ย.2569) BBC รายงานกองบัญชาการกลางสหรัฐอเมริกา หรือ Centcom ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 มิ.ย.) โดยมุ่งเป้าไปที่คลังจัดเก็บขีปนาวุธ คลังโดรน และสถานีเรดาร์บริเวณชายฝั่ง เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่เรือบรรทุกสินค้า "Ever Lovely" ซึ่งติดธงสิงคโปร์ ถูกโจมตีด้วยโดรนกามิกาเซในช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากท่าเรือดาฮิตของประเทศโอมาน ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 7.5 ไมล์ทะเล

โดยตัวแทนของสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการตอบโต้อย่างรุนแรง ต่อพฤติกรรมก้าวร้าวของอิหร่าน ที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และเป็นการทำลายเสรีภาพในการเดินเรือพาณิชย์ในเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก

ส่วนกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้ละเมิดสนธิสัญญา และระบุว่าการโจมตีเรือสินค้าในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย.นั้น มีสาเหตุมาจากเรือลำดังกล่าว ใช้เส้นทางเดินเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ IRGC อ้างว่า กองทัพเรือของตนได้ทำการตอบโต้ด้วยการโจมตี ที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคกลับไปแล้วเช่นกัน พร้อมขู่สำทับว่าหากสหรัฐฯ ยังคงกระทำการก้าวร้าวซ้ำอีก อิหร่านจะยกระดับการตอบโต้ให้รุนแรง และขยายวงกว้างยิ่งกว่าเดิม

ขณะที่ นายเอบราฮิม อาซิจิ ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวหาว่าสหรัฐฯ ฉวยโอกาสโจมตีอิหร่าน ในระหว่างที่กระบวนการเจรจากำลังดำเนินอยู่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่จะนำไปสู่ความล้มเหลว และความเสียใจของสหรัฐฯ เอง

ข้อตกลงหยุดยิงส่อแววล่ม หลังลงนามได้ไม่นาน

เหตุการณ์ความรุนแรงระลอกล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภายใต้บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ ซึ่งกำหนดให้อิหร่านต้องใช้ความพยายามอย่างสูงสุดในการดูแลความปลอดภัย และเปิดทางให้เรือสินค้าผ่านทาง โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียลว่า ได้รับการยืนยันจากอิหร่านว่า จะไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางหรือค่าประกันภัยใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน กลับแถลงผ่านสื่อกระบอกเสียงของรัฐว่า การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนเกิดสงครามอย่างแน่นอน

"ทรัมป์-แวนซ์" ประสานเสียงประณาม อพยพลูกเรือสะดุด

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี.แวนซ์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ตักเตือนอิหร่านอย่างรุนแรงว่า หากมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งเกี่ยวกับเงื่อนไขใน MOU ควรใช้การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ไม่ใช่การใช้กำลัง

เพราะความรุนแรงจะถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรงเท่านั้น ขณะที่ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ แต่แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการกระทำของอิหร่าน

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว ยังส่งผลให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ของสหประชาชาติ จำต้องสั่งระงับแผนการอพยพลูกเรือมากกว่า 11,000 ชีวิต ที่ติดค้างอยู่ในเส้นทางเดินเรือแห่งนี้ มาตั้งแต่ช่วงเริ่มสงครามเมื่อปลายเดือน ก.พ. ซึ่งการปิดช่องแคบก่อนหน้านี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงานโลก และระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้