"คลัง" ยันไทยไม่เกิด Stagflation แม้หั่น GDP เหลือ 1.6% เซ่นพิษน้ำมันโลก

เศรษฐกิจ
14:22
จำนวนผู้ชม 508
"คลัง" ยันไทยไม่เกิด Stagflation แม้หั่น GDP เหลือ 1.6% เซ่นพิษน้ำมันโลก
คลังยันเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation แม้ปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 1.6% และเงินเฟ้อเพิ่มแตะ 3% ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการส่งออก ขณะเดียวกันเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วันนี้ (28 เม.ย.2569) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยภายใต้สภาวะความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยนายวินิจ วิเศษสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า สศค. ได้มีการปรับปรุงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2569 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.6 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.0

ปัจจัยลบสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกให้มีความผันผวนสูง จนนำไปสู่การปรับเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไปขึ้นจากร้อยละ 0.3 เป็นร้อยละ 3.0 ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดของกรอบเป้าหมาย

นอกจากปัจจัยด้านพลังงานแล้ว สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงเหลือประมาณ 33 ล้านคน ขณะที่ภาคเอกชนเริ่มมีท่าทีชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการลงทุนของภาครัฐ จะเป็นกลไกสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้ตกต่ำไปมากกว่านี้ โดยผู้อำนวยการ สศค. ยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ "Stagflation" หรือภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูงตามนิยามทางเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากพื้นฐานการลงทุนและเสถียรภาพทางการเงินยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป สศค. อยู่ระหว่างการออกแบบมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยจะเน้นความรอบคอบและประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณเป็นสำคัญ

จากการศึกษาพบว่าการใช้จ่ายภาครัฐทุก 100,000 ล้านบาท จะช่วยผลักดัน GDP ได้ร้อยละ 0.2 แต่หากเป็นมาตรการที่มีลักษณะ "ร่วมจ่าย" เช่น คนละครึ่งพลัส ที่ใช้เงินงบประมาณ 40,000 ล้านบาท จะสามารถสร้างตัวคูณทางเศรษฐกิจได้สูงถึงร้อยละ 0.7 เนื่องจากมีเม็ดเงินจากภาคประชาชนสมทบเข้ามาในระบบ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินหลายรอบมากกว่าการแจกเงินเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยอมรับว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงได้เตรียมนำเสนอมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ควบคู่ไปกับการประสานงานสถาบันการเงินเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เพื่อเปลี่ยนวิกฤตพลังงานให้เป็นโอกาสในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ขณะที่ด้านนายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เสริมว่าภาวะ Stagflation ที่แท้จริงนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมากในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ และเชื่อว่าทุกวิกฤตจะนำมาซึ่งพลวัตใหม่และการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยเสมอ

อ่านข่าวอื่น :

รพ.ราชวิถี ผ่าตัดปลูกถ่ายไตด้วยหุ่นยนต์สำเร็จครั้งแรกในไทย จากผู้บริจาคสมองตาย

16 ปี สร้างไม่เสร็จ ผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างอาคารเรียน รร.เทศบาลบ้านคลองภาษี จ.ตรัง

แจ้งความ "เบิร์ดวันว่าง ๆ" ปมใช้ยาแนวเล่นน้ำ - ตร.ชี้คอนเทนต์ขยะ ยื่นปิดแพลตฟอร์ม