ตร.ถกหาสาเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ สอบปากคำแล้ว 17 คน จ่อเรียกพี่สาวเจ้าของร้านให้ข้อมูล

อาชญากรรม
10:15
จำนวนผู้ชม 271
Thai PBS
ตร.ถกหาสาเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ สอบปากคำแล้ว 17 คน จ่อเรียกพี่สาวเจ้าของร้านให้ข้อมูล
ตำรวจประชุมเร่งรัดหาสาเหตุคดีเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เตรียมเรียกพี่สาวเจ้าของร้านให้ปากคำ ขณะที่ภรรยาผู้ได้รับบาดเจ็บ กังวลค่าใช้จ่ายหลังโรงพยาบาลให้ย้ายเนื่องจากครบกำหนดตามสิทธิ์ แต่ครอบครัวเกรงว่าอาการทรุด

วันนี้ (14 ก.ค.2569) ที่สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาเป็นประธาน ในการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา มีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุม เบื้องต้น ญาติเจ้าของร้าน แจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากขณะนี้เจ้าของร้านยังได้รับบาดเจ็บสาหัส และรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ตำรวจจึงเชิญพี่สาวเจ้าของร้านเข้ามาซักถามถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับร้านดังกล่าว

ด้าน น.ส.ประภารักษ์ ภรรยาของนายภานุวัฒน์ ซึ่งเป็นพนักงานของร้านทำหน้าที่ซาวด์เอ็นจิเนียร์ เดินทางมาเพื่อติดต่อขอรับทรัพย์สิน และรถยนต์ของนายภานุวัฒน์ ที่จอดไว้บริเวณหลังร้าน หลังตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถไม่ได้รับความเสียหาย แต่กุญแจรถอาจสูญหายอยู่ภายในร้าน หรืออยู่กับพนักงานสอบสวน

ภรรยาผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้

ภรรยาผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้

น.ส.ประภารักษ์ เปิดเผยว่า นายภานุวัฒน์ทำงานเป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์ประจำร้านมานาน 3 ปี โดยทำงานประจำที่ร้าน ไม่มีวันหยุด ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน และไม่มีสวัสดิการหรือประกันสังคม โดยใช้สิทธิบัตรทองเพียงอย่างเดียว ซึ่งนายภานุวัฒน์ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเหตุเพลิงไหม้ โดยแพทย์ระบุว่ามีแผลไฟไหม้ประมาณร้อยละ 60 ของร่างกาย และสูดดมควันเข้าไปเป็นจำนวนมาก จนเกิดภาวะไตวาย รวมทั้งเป็นแผลใหญ่ที่บริเวณท้อง ซึ่งขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องปลอดเชื้อ มีอาการรู้สึกตัว แต่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ

ซึ่งขั้นตอนการรักษาของนายภานุวัฒน์ ขณะนี้ใช้สิทธิ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) โดยทางโรงพยาบาลแจ้งว่าเมื่อครบ 72 ชั่วโมง หรือในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) อาจต้องย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์บัตรทองใน จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นภูมิลำเนา แต่ครอบครัวไม่สะดวกเดินทางและกังวลอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤต จึงเตรียมเข้าหารือกับโรงพยาบาลเพื่อขอเปลี่ยนสิทธิ์การรักษาจาก จ.ลพบุรี มาเป็นกรุงเทพมหานคร พร้อมขอให้แพทย์พิจารณารักษาต่อ ที่โรงพยาบาลเดิม จนกว่าจะพ้นระยะอันตราย

สิ่งที่กังวลที่สุดคือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในช่วงที่อาการยังไม่คงที่ อีกทั้งยังไม่ทราบว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่สามารถรักษาต่อภายใต้สิทธิ์เดิมได้ พร้อมยอมรับว่าครอบครัวมีข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย และไม่มีกำลังรับภาระค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก

น.ส.ประภารักษ์ ยังเปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีเจ้าของร้านหรือผู้แทนของร้าน ติดต่อเข้ามาสอบถามอาการหรือพูดคุยเรื่องการช่วยเหลือแต่อย่างใด แม้จะพยายามติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ แล้วก็ตาม

น.ส.ประภารักษ์ ยังฝากถึงเจ้าของร้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ขณะนี้สิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือการช่วยให้แฟนได้รักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลเดิมจนกว่าจะพ้นวิกฤต รวมถึงขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและครอบครัวในเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการดูแลผู้ป่วย

เนื่องจากปัจจุบันต้องเดินทางระหว่างโรงพยาบาลและสถานีตำรวจทุกวัน มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเดินทางสูงกว่าวันละ 1,000 บาท พร้อมย้ำว่าจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีผู้แทนจากร้านติดต่อเข้ามาให้ความช่วยเหลือหรือหารือแนวทางเยียวยาแต่อย่างใด

อ่านข่าว :

ยอดเสียชีวิต 30 คนเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รมว.สธ.เผยเจ้าของร้านยังสาหัส

ตั้งคณะทำงานติดตามคดีเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตร.แบ่งสอบพยาน 6 กลุ่ม

คปภ.เผย "โรงเบียร์ลาดพร้าว" ทำประกันอัคคีภัยทุน 40 ล้านบาท