"สุชาติ" ชี้ "แลนด์บริดจ์" ยังต้องศึกษาผลกระทบ แต่ต้องไม่ขวางการพัฒนารายได้ประเทศ

สิ่งแวดล้อม
18:03
จำนวนผู้ชม 368
"สุชาติ" ชี้ "แลนด์บริดจ์" ยังต้องศึกษาผลกระทบ แต่ต้องไม่ขวางการพัฒนารายได้ประเทศ
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันต้องประเมินหลายด้านและรับฟังทุกความเห็น "โครงการแลนด์บริดจ์" แต่ต้องไม่ขวางความเจริญประเทศ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ที่เปิดข้อมูลตัวเลขผลกระทบต่อสัตว์หน้าดิน

วันนี้ (27 เม.ย.2569) เวลา 10.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายชาง ชุน ซิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และ รมว.กลาโหมของสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มีการหารือในประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญ ทั้งด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการพลังงานภายในประเทศ พร้อมทั้งเห็นพ้องถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างกัน ทั้งในด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การค้าพลังงาน รวมถึงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการสูญเสียพลังงาน พร้อมวางแนวทางใช้ประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือกมากขึ้น เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิงคโปร์ให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเห็นว่า เป็นการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างสองฝั่งทะเล เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจใหม่ สนับสนุนความมั่นคง และเสริมศักยภาพให้กับภูมิภาค ด้านนายกรัฐมนตรีพร้อมให้การสนับสนุนสิงคโปร์ โดยเน้นย้ำว่า โครงการดังกล่าวต้องอาศัยการลงทุนขนาดใหญ่ และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตรระหว่างประเทศ

ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ครบรอบ 34 ปี ว่า การเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ยังต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และทำประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคประชาชน

อะไรที่กระทบสิ่งแวดล้อมและแปรเปลี่ยนสภาพสิ่งแวดล้อมไปในทางที่ไม่ดี เราก็ต้องค้าน แต่ต้องมีเหตุผล ค้านแต่ไม่ใช่ไปถ่วงความเจริญของประเทศ บางครั้งเรารักษาธรรมชาติ แต่ไม่สามารถก้าวไปแข่งขันกับอาเซียนได้ ต้องเข้าใจตรงนี้ เรามีจุดยืนรับฟังเสียงข้างเคียงมากใน EHIA

นายสุชาติ ระบุว่า แลนด์บริดจ์เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพื้นที่โครงการครอบคลุมทั้งอุทยานแห่งชาติทางทะเล และป่าชายเลนที่อยู่ในความดูแลของ ทส.

ส่วนประเด็นที่นักวิชาการหลายคนออกมาคัดค้าน เพราะเห็นว่ากระบวนการการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA และการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ นายสุชาติ ตอบว่า กระบวนการนี้ต้องคุยอย่างละเอียด โดยเตรียมเชิญหน่วยงานของ ทส. ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้ามาพูดคุยกัน

ด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟชบุ๊กกรณีแลนด์บริดจ์ที่ระนอง ระบุว่า ข้อมูลจากเอกสารเผยแพร่ EHIA ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ใช้ตัวเลขสัตว์หน้าดินเฉลี่ย 47.57 ตัวต่อตารางเมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบ 32 ล้านตารางเมตร สัตว์หน้าดิน 1,524 ล้านตัว

แต่ข้อมูลจากอาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นายกสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยว ชาญด้านสัตว์หน้าดิน ลงพื้นที่สำรวจพบสัตว์หน้าดินเฉลี่ย 1,685 ตัวต่อตารางเมตร

หากใช้ตัวเลขนี้กับพื้นที่ได้รับผลกระทบ 32 ล้านตารางเมตร จะได้จำนวนสัตว์หน้าดินที่สูญเสียไปทั้งหมด 53,953 ล้านตัว

ตัวเลขที่แตกต่างกันคือ 52,429 ล้านตัว เยอะมากจนมีความหมายอย่างยิ่ง หากเดินหน้าโครงการ และต้องชดเชยด้านสิ่งแวดล้อม และการทำมาหากินของชาวบ้าน

ผศ.ธรณ์ ระบุว่า การชี้แจงทำความเข้าใจใน 2 ตัวเลขที่ต่างกันมหาศาล อาจทำได้ยาก แนะนำว่าอาจสำรวจใหม่ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหลายหน่วยงาน เพื่อให้กระจ่างชัดและเกิดความเชื่อมั่น เพราะหากจะสร้างและให้เอกชน ต่างชาติมาลงทุน รัฐบาลไทยควรปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ความสมบูรณ์ของทะเล และชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านให้เป็นธรรม

อ่านข่าว :

เตรียมชง "แลนด์บริดจ์" เข้า ครม. "พิพัฒน์" ตั้งงบ 1 ล้านล้าน เชื่อไทยได้ประโยชน์

“ภคมน” จวกรัฐบาลหยุดดันทุรัง “แลนด์บริดจ์” ไม่คุ้มทุน-ไร้โอกาสทางเศรษฐกิจ

ชาวบ้านจี้เลิกเวทีฟังความเห็น "แลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง" ชี้ผลศึกษาไม่สมบูรณ์