วันนี้ (24 เม.ย.2569) สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ประณามคำกล่าวของ ไมเคิล ซาเวจ ผู้ดำเนินรายการวิทยุชาวอเมริกัน ที่กล่าวถึงอินเดียว่า เป็น "นรก-ไร้รสนิยม"
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ กลับนำเรื่องนี้ไปเผยแพร่ต่อ ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กล่าวว่า คำกล่าวดังกล่าว เป็นคำพูดที่ขาดข้อมูล และเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
รายงานข่าวระบุว่า ทรัมป์ไม่ได้พูดคำพูดนั้นด้วยตนเอง แต่แชร์ต่อ โดยไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ บนบัญชี Truth Social ของเขา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ (23 เม.ย.2569) โดยคำพูดดังกล่าวมาจาก ไมเคิล ซาเวจ ผู้ดำเนินรายการวิทยุ สายอนุรักษ์นิยม
ซาเวจ วิจารณ์สิทธิการเป็นพลเมืองโดยกำเนิดของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์พยายามออกนโยบายในการจำกัดสิทธิดังกล่าว โดยระบุว่า "เด็กทารกที่นี่กลายเป็นพลเมืองทันที แล้วพวกเขาก็นำทั้งครอบครัวเข้ามาจากจีน อินเดีย หรือนรกอื่นๆ บนโลก"
แรนดีร์ ไจสวาล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย กล่าวตอบโต้ว่า คำพูดดังกล่าว เห็นได้ชัดว่าขาดข้อมูล ไม่เหมาะสม และไร้รสนิยม
"ความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง ของความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน" นายไจสวาล กล่าว
ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ในนิวเดลี พยายามออกมาแก้สถานการณ์ โดยอ้างอิงคำกล่าวของ ทรัมป์ ในช่วงก่อนหน้านี้ โดยระบุ "ประธานาธิบดี กล่าวว่า อินเดียเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ และมีเพื่อนที่ดีมากของผมอยู่ตำแหน่งสูงสุด" อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมาจากกระทรวงการต่างประเทศของจีน
พรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของอินเดีย เรียกคำพูดที่ว่า "นรก" ว่า เป็นการดูหมิ่นและต่อต้านอินเดียอย่างยิ่ง มันทำร้ายจิตใจชาวอินเดียทุกคน
พรรคกล่าวใน X ว่า "นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ควรหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ และแสดงการคัดค้านอย่างรุนแรง"
ข้อมูลของรัฐบาลอินเดียแสดงให้เห็นว่า มีชาวอินเดียอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ เกือบ 5.5 ล้านคน ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียและชาวอเมริกันเชื้อสายจีน เป็นกลุ่มชาวเอเชียที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ซึ่งความเห็นของ ซาเวจ ที่ทรัมป์ แชร์ต่อระบุว่า แทบไม่มีความจงรักภักดีต่อประเทศนี้เลย ในหมู่ผู้อพยพที่เข้ามาในปัจจุบัน ซึ่งไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไป พวกเขาไม่เหมือนชาวอเมริกันเชื้อสายยุโรปในปัจจุบัน และบรรพบุรุษของพวกเขา
สำนักข่าวอัลจาซีรา ระบุว่า ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำ 2 ประเทศ คือ ทรัมป์ และโมดี เป็นไปด้วยดี จนกระทั่งสหรัฐฯ เรียกเก็บาษีนำเข้าสูงที่สุดต่ออินเดียเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มเย็นชาลง
นอกจากนี้ อัลจาซีรา ระบุด้วยว่า "ทรัมป์" ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามประเทศต่าง ๆ และชุมชนผู้อพยพซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่เรียกผู้อพยพชาวโซมาเลียว่า "ขยะ" รวมถึงในปี 2018 ที่ทรัมป์ เรียกประเทศเอลซัลวาดอร์ ประเทศเฮติ และประเทศในแอฟริกาว่า "ประเทศที่สกปรกโสโครก"
อ่านข่าว
อิตาลี ไม่พอใจผู้แทน "ทรัมป์" เสนอดึงแข่งฟุตบอลโลก 2026 แทนอิหร่าน
"ทรัมป์" ขู่ใช้กำลังทหารปิดฉากสงครามหาก "อิหร่าน" ไม่รับข้อตกลง
ทรัมป์ประกาศ "อิสราเอล-เลบานอน" ขยายเวลาหยุดยิง 3 สัปดาห์
