วันนี้ (24 เม.ย.2569) นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ตั้งคำถามหลัง ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนระหว่างถูกควบคุมตัวว่า สาเหตุที่ก่อเหตุเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรมีการแบ่งแยกดินแดน
พร้อมยืนยันว่า ตลอดการทำงานตั้งแต่เป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชน จนกระทั่งเข้าสู่การเมือง การแบ่งแยกดินแดนไม่ใช่จุดยืนของตน และตั้งข้อสังเกตว่า ร.อ.วิโรจน์ ซึ่งทำงานกับองค์กรระหว่างประเทศมานานถึง 16 ปี กลับมีมุมมองเชิงอคติต่อผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน หากคำพูดดังกล่าวหมายถึงตน ก็ควรพูดให้ชัดเจน ไม่ใช่กล่าวอย่างกำกวม
จุดยืนของผมในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน เราไม่เคยออกนอกกรอบ เราทำงานตามกฎหมาย การแบ่งแยกดินแดนไม่ใช่จุดยืน หากคำพูดของเขาเป็นเรื่องจริงและเจาะจงถึงผม ก็ต้องดูว่าเขาได้ข้อมูลมาจากไหน จากหน่วยงานด้านการข่าวส่วนใด ทำไมถึงถูกฝังชิปด้วยความคิดแบบนี้ มันน่ากลัวมาก
ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพหรือหน่วยงานด้านความมั่นคง แต่เกิดจากความไม่พอใจส่วนตัวต่อการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการรับสารภาพเพื่อตัดจบคดีนั้น นายกมลศักดิ์เห็นว่า อาจเป็นไปได้ เพราะตลอดการให้ปากคำ ร.อ.วิโรจน์พยายามตัดประเด็นกองทัพออกไป อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าคำให้การจะรับฟังได้หรือไม่ และสังคมจะพิจารณาอย่างไร
ทั้งนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามกันบุคคลที่ให้ยืมรถของ กอ.รมน. ออกจากคดี ซึ่งคำให้การขัดแย้งกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะ น.อ.มนตรีที่ให้ ร.อ.วิโรจน์ยืมรถ ซึ่งยืนยันในการสอบสวนทางวินัยว่าเป็นผู้ให้ยืมรถเอง ทำให้เกิดความย้อนแย้งในพยานหลักฐาน
ส่วนประเด็นที่ ร.อ.วิโรจน์ให้การว่า เกิดความลังเลระหว่างก่อเหตุจึงยิงพลาดเป้านั้น เห็นว่าอาจเป็นความพยายามทำให้ความผิดเบาลง
ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ ซึ่งการพูดว่า ลังเลไม่ได้ตั้งใจยิง อาจเพราะจะทำให้ข้อหาเบาลง พนักงานสอบสวนก็ต้องหาหลักฐานถึงเจตนาฆ่า แต่ฆ่าไม่สำเร็จ ก็ต้องกลับไปดูพฤติการณ์การก่อเหตุ การตระเตรียมการ การจัดหาอาวุธปืน ที่เข้าข่ายไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งอัตราโทษจะสูงกว่า แต่เราก็พอมองว่า การให้การแบบนี้กำลังคิดแนวทางที่จะต่อสู้คดีในอนาคต”
นายกมลศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีการเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนว่า มีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการ อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) พนักงานสอบสวนติดภารกิจในการรับตัว ร.อ.วิโรจน์ จึงยังไม่ได้สอบปากคำเพิ่มเติมในเรือนจำ และอาจมีการแต่งตั้งพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมจากตำรวจภูธรภาค 9 มาร่วมดำเนินการ
ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้เร่งรัดคดี เนื่องจากพยานหลักฐานบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงได้หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป
อ่านข่าว :
“ผบก.ภ.จว.นราธิวาส” รับ “ร.อ.วิโรจน์” ให้การเป็นประโยชน์ คดียิง “กมลศักดิ์”
"ร.อ.วิโรจน์" ขอโทษก่อเหตุยิง "สส.กมลศักดิ์" ย้ำไม่เกี่ยวกองทัพ
“กมลศักดิ์” หวั่นสาวไม่ถึงตัวผู้บงการยิง
