รบยืดเยื้อ "สงครามตะวันออกกลาง" ชิงพื้นที่ "มหาอำนาจพลังงาน"

ต่างประเทศ
14:02
จำนวนผู้ชม 1,040
รบยืดเยื้อ "สงครามตะวันออกกลาง" ชิงพื้นที่ "มหาอำนาจพลังงาน"
Botnoi Voice

ยังหาข้อยุติไม่ได้ว่า สงครามอ่าวเปอร์เซียจะยุติลงอย่างไร หลังสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อมาเกือบ 2 เดือน แม้สหรัฐฯอ้างว่าได้พยายามเจรจากับอิหร่านแล้วก็ตาม แต่การโจมตียังคงเกิดขึ้นเป็นระลอก นักวิเคราะห์ได้สะท้อนมุมมองให้เห็นภาพความเชื่อมโยงของสงครามครั้งนี้ว่า เพื่อต้องการเป็นมหาอำนาจด้านพลังงาน

รศ.ดร.จักรี ไชยพินิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มองว่า พื้นที่ตะวันออกกลางเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ หากใครก็ตามที่สามารถควบคุมภูมิรัฐศาสตร์ในบริเวณนี้ได้ ก็จะมีอิทธิพลการนำเข้า-ส่งออกพลังงาน และถ้าวิเคราะห์ที่มาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จะพบว่ามีพื้นที่ยุทธศาสตร์ 3 จุดเชื่อมต่อกัน

รบยืดเยื้อ "สงครามตะวันออกกลาง" ชิงพื้นที่ "มหาอำนาจพลังงาน"

รบยืดเยื้อ "สงครามตะวันออกกลาง" ชิงพื้นที่ "มหาอำนาจพลังงาน"

1.ช่องแคบฮอร์มุซ แหล่งส่งออกน้ำมัน 20% ของโลก จุดที่อิหร่านเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่ แต่ถัดลงมาทางตอนใต้ 2.ช่องแคบบับเอลมันเดบ เป็นจุดที่รัฐบาลเยเมนดูแลอยู่ และที่น่าสนใจเนื่องจากรัฐบาลของเยเมนปัจจุบันบริหารงานหลักโดยกลุ่มฮูตี (Houthi) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของอิหร่าน เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอิทธิพลของอิหร่าน ในฐานะพี่ใหญ่ตะวันออกกลางและอีกจุดที่มีความสำคัญ คือ 3. คลองสุเอซ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของอียิปต์ ซึ่งหากพิจารณาตัวแสดงมหาอำนาจในโลกอียิปต์ถือเป็นประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนและรัสเซีย

แปลได้ว่าฉากทัศน์ของภูมิรัฐศาสตร์พื้นที่ตะวันออกกลาง หากไล่เรียงมาตั้งแต่ช่องแคบฮอร์มูซ, ช่องแคบบับเอลมันเดบ, จนถึงคลองสุเอซ ดูจะโน้มเอียงไปทางฝั่งอิหร่าน จีน รัสเซีย มากกว่าจะโน้มเอียงมาทางฝั่งสหรัฐฯ

ศึกใหญ่ชิงพื้นที่ “มหาอำนาจด้านพลังงาน”

ในกรณีของ “กรีนแลนด์” นอกจากความสำคัญเรื่องน้ำมัน จะเห็นอีกปรากฎการณ์หนึ่งที่เรียกว่า ”ภาวะโลกเดือด” (Global Boiling) น้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในมหาสมุทรอาร์กติก (ขั้วโลกเหนือ) ส่งผลให้เกิดเส้นทางการเดินเรือสายใหม่ “รัสเซีย” เป็นประเทศที่มีอิทธิพลหลักในการใช้เส้นทางเดินเรือบริเวณอาร์กติก ในขณะด้านทางฝั่งตะวันตก ประเทศกรีนแลนด์ และแคนาดา ต่างมีอิทธิพลใช้เส้นทางเดินเรือที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้นไม่น่าแปลกใจ หาก “โดนัลด์ ทรัมป์” จะมีความคิดต้องการยึดกรีนแลนด์และแคนาดา เป็นรัฐที่ 51

ส่วนหนึ่งก็คือการยึดโยงเชื่อมต่อภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่เรื่องของ Arctic Circle เส้นทางขนส่งพลังงาน มาจนถึงเรื่องน้ำมัน ทั้งหมดทั้งมวลก็คือการพยุงสิ่งที่เรียกว่าระเบียบโลกที่สหรัฐฯ ได้ออกเอาไว้ในกรอบเดียวกันทั้งหมด

เยื้อสงครามคะแนนนิยม “โดนัลด์ ทรัมป์” ลดฮวบ

ปรากฏการณ์คนรวมตัวประท้วงโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งใหญ่ที่สุดภายใต้ชื่อ "No Kings" เกิดขึ้นอย่างดุเดือดทั่วสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือน มีนาคม 2569 เป็นการสะท้อนความไม่พอใจของประชาชนบางส่วน ต่อทิศทางของประเทศ และความกังวลต่ออนาคตของประชาธิปไตยในสหรัฐฯ หลังจากทรัมป์ จุดชนวนสงครามในตะวันออกกลาง

รบยืดเยื้อ "สงครามตะวันออกกลาง" ชิงพื้นที่ "มหาอำนาจพลังงาน"

รบยืดเยื้อ "สงครามตะวันออกกลาง" ชิงพื้นที่ "มหาอำนาจพลังงาน"

รศ.ดร.จักรี วิเคราะห์ว่า การประท้วงกว่า 3,000 จุด มีผู้ชุมนุม 8 ล้านกว่าคน และการประท้วงที่มีชื่อว่า "TACO" หรือ "ทาโก้" ที่ไม่ได้หมายถึงอาหาร แต่เป็นการเสียดสีทรัมป์ว่า ชอบขู่ทำลาย สุดท้ายไม่กล้าลงมือ พฤติกรรมผู้นำที่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพการเงินโลก

สิ่งที่น่าจับตาความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับการใช้มาตราแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 25 (25th Amendment) มาตรา 4 ที่ระบุไว้ว่าในกรณีที่ตัวประธานาธิบดีเข้าข่ายวิกลจริตหรือว่ามีปัญหาที่ไม่สามารถที่จะดำเนินนโยบายหรือบริหารประเทศได้ก็ให้รองประธานาธิบดีขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งถือว่าแรงมากในการที่จะมีกระแสของการจะถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี

มีการพูดถึงและกดดันจากฝ่ายเดโมแครตอย่างหนักในช่วงเดือนเมษายน 2026 ตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น กลายเป็นว่า “พรรคเดโมแครต” กระแสเริ่มกลับมา สวนทางคะแนนความนิยมของทรัมป์ที่ลดลง จึงต้องจับตาดูการเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงกลางปีจะเป็นตัวชี้วัดอำนาจการบริหารของประธานาธิบดี หากพรรคของประธานาธิบดีแพ้ จะทำให้การออกกฎหมายยากขึ้น

“จึงเป็นเรื่องที่สังเกตว่า ทรัมป์ น่าจะคำนวณแล้วว่าหากยังอยู่ในสงครามต่อไป สิ่งที่จะได้กับความสูญเสียทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นต้นทุนมันต่างกันเยอะเลย” ดังนั้นการเคลื่อนไหวของทรัมป์ในช่วงนี้จะเห็นความพยายามสื่อสารกับประชาชนสหรัฐฯ ถึงผลสำเร็จในการเจรจาว่า

“สหรัฐฯ ชนะแล้ว” และ “อิหร่านยอมเจรจา” ซึ่งจริง ๆ แล้วชนะจริงหรือไม่ และอิหร่านขอเจรจาจริงหรือไม่ ในขณะที่อิหร่านก็ปฏิเสธและก็ไม่เคยบอกว่าแพ้ ขณะสิ่งที่ทรัมป์ทำเป็นการสื่อสารให้ฝ่ายต่อต้านเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งไปไกล

“อิสราเอล” ตัวแปรหลัก “สงครามตะวันออกกลาง”

รศ.ดร.จักรี ยังตั้งสมมติฐานว่า หากสงครามจบ สหรัฐฯ กลับที่ตั้งปล่อยให้อิสราเอล เผชิญหน้ากับอิหร่านก็สามารถนึกภาพออกได้ไม่ยากเลยว่าอิสราเอลจะเจออะไรบ้าง….และจะเห็นความไม่พอใจของอิสราเอลในทุกครั้งที่ทรัมป์ประกาศจะยืดระยะเวลาหยุดยิง และจะมีปฏิบัติการเกิดขึ้นทันที เช่นการโจมตีเลบานอนหลังทรัมป์ประกาศจะยืดเวลาหยุดยิง 14 วัน

“เป็นที่น่าสังเกตว่าตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นคะแนนนิยมของ “เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกรัฐมนตรีอิสราเอล สูงขึ้น หมายความว่า อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2569 มีลักษณะคล้ายกับปาตี้ลิสต์ของไทย คือ ประชาชนต้องไปกากบาทเลือกพรรค สัดส่วนของพรรคก็จะทอนมาว่า พรรคไหนได้ผู้แทนในสภา 120 ที่นั่งกี่คน และครึ่งนึงของ 120 ก็จะต้องได้ 61 ที่นั่ง ขึ้นไป จึงจะได้เสียงข้างมากในสภาฯ แล้วเสียงข้างมากในสภาก็จะทำหน้าที่การโหวตคนที่จะเป็นประธานาธิบดีต่อไป”

รบยืดเยื้อ "สงครามตะวันออกกลาง" ชิงพื้นที่ "มหาอำนาจพลังงาน"

รบยืดเยื้อ "สงครามตะวันออกกลาง" ชิงพื้นที่ "มหาอำนาจพลังงาน"

ส่วนหนึ่งที่คะแนนนิยมสูงขึ้นจากกลุ่มอิสราเอลเชื้อสายยิวที่รู้สึกว่าเขาจะปลอดภัย เขาจะมั่นคงภายใต้การบริหารของ “เบนจามิน เนทันยาฮู” ในการยืนหยัดต่อสู้กับอิหร่านได้ และทางกลับ กันฝ่ายค้านก็น่ากลัวในรอบนี้ โดยเฉพาะ “นัฟตาลี เบนเนตต์” มีแคมเปญที่เรียกว่าเบนเนตต์ 2026 หยิบยกประเด็นเหล่านี้ในการโจมตี เช่น โจมตีสิ่งที่ เบนจามิน เนทันยาฮู ทำคือการนำชะตากรรมของประเทศ โดยเอาเรื่องสงครามมาตอบโจทย์ของตัวเอง, พูดถึงเรื่องสหรัฐฯ ประกาศหยุดยิง 14 วัน เหมือนอิสราเอลถูกถีบโต๊ะเจรจา

ยังไม่นับรวมประเด็นอื่น ๆ ที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาว่ามีเรื่องการคอรัปชันในสงครามหรือไม่ ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าจากสงครามคุ้มค่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่กลายเป็นโจทย์ที่ทำให้วันนี้ หรือนับตั้งแต่ที่มีดีลหยุดยิง 14 วัน อิสราเอลคือประเทศที่มีแอคชัน มีปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะในเลบานอน คือจุดที่เรียกได้ว่าวิกฤต

รศ.ดร.จักรี มองว่า ฉากทัศน์ในเวทีโลกหากมองว่าโจทย์ใหญ่มาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ฝั่งหนึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ ส่วนอีกฝากฝั่งเป็นผู้ท้าชิงมี จีนและรัสเซีย เป็นผู้นำ และหากจีน-รัสเซีย มองว่า เกมนี้คือการเปลี่ยนกติกาของโลก สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็อาจจะมีฉากด้านหน้าคือการพูดเรื่องสันติภาพ แต่ฉากด้านหลังก็อาจจะมีบทบาทในการสนับสนุนอิหร่าน ในปฏิบัติการหรือการยืนหยัดรักษาอธิปไตยต่อไป

แต่ในลักษณะที่กำลังพูดถึงโจทย์สำคัญ สถาปัตยกรรมทางความมั่นคงคือ สิ่งที่วันนี้สหรัฐฯ กับอิสราเอล กังวลอย่างมาก ถ้าจบแบบนี้ และอิสราเอลก็จะเหมือนจบสงครามมือเปล่า ซึ่งต้องลุ้นว่า อีกฝากฝั่งหนึ่ง จีนกับรัสเซีย จะตีโจทย์ความขัดแย้งนี้อย่างไร แต่เชื่อว่าความขัดแย้งระหว่างสองฟากฝั่งจะยังไม่สิ้นสุด

อ่านข่าว

ลอบวางระเบิดรถ "ทหารพราน" ที่ยะลา จนท.บาดเจ็บเล็กน้อย 7 นาย

อาลัย “แดนนี่ ศรีภิญโญ” นักแสดงชื่อดัง เสียชีวิต อายุ 57 ปี

"พ.ต.อ.ภาคภูมิ" ยื่นตรวจสอบมรรยาท "ทนายความบิ๊กโจ๊ก"