เตือนสโตรกฉับพลันขณะขับรถ เสี่ยงอุบัติเหตุ แนะสังเกต 5 อาการ

สังคม
13:46
จำนวนผู้ชม 1,194
เตือนสโตรกฉับพลันขณะขับรถ เสี่ยงอุบัติเหตุ แนะสังเกต 5 อาการ
กรมควบคุมโรค เตือนสโตรกฉับพลันขณะขับรถ เสี่ยงอุบัติเหตุ แนะสังเกต 5 อาการ เดินเซ เวียนศีรษะฉับพลัน - ตามัว - หน้าเบี้ยว น้ำลายไหล - แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก - พูดไม่ชัด สับสน รีบแจ้ง 1169 อย่าฝืนขับรถ

วันนี้ (13 เม.ย.2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน (Stroke) สามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันขณะขับรถ เสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ

หากเกิดอาการขณะขับรถ อาจทำให้สูญเสียการควบคุมรถและก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ แนะประชาชนสังเกตอาการเตือนตามหลัก B.E.F.A.S.T. ได้แก่ B (Balance) การทรงตัว เดินเซ ล้มง่าย เวียนศีรษะเฉียบพลัน, E (Eyes) การมองเห็น ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือตาบอดเฉียบพลัน, F (Face) หน้าเบี้ยว ปากตก น้ำลายไหล มุมปากตกข้างเดียว ยิ้มไม่เท่ากัน, A (Arm) แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ยกแขนไม่ขึ้น, S (Speech) พูดไม่ชัด สับสน หรือสื่อสารไม่ได้ ลิ้นแข็ง และ T (Time) เมื่ออาการเกิดขึ้นให้รีบแจ้ง 1669 นำส่งโรงพยาบาล โดยอาจมีอาการร่วม เช่น รถส่าย ควบคุมพวงมาลัยไม่ได้ หรือแฉลบออกนอกเลน ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบหยุดรถทันที

ด้าน นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับผู้ขับขี่ที่เริ่มมีอาการ ควรตั้งสติ ลดความเร็ว และพยายามนำรถเข้าจอดในบริเวณที่ปลอดภัยที่สุด เช่น ไหล่ทางหรือจุดพักรถ พร้อมเปิดไฟฉุกเฉินทันที เพื่อเตือนผู้ใช้ถนนรายอื่น จากนั้นปลดล็อกประตูรถเพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และรีบโทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน หากไม่สามารถโทรได้ ให้ใช้วิธีบีบแตรยาวหรือโบกมือเรียกคนช่วย

ทั้งนี้ “ห้ามฝืนขับรถต่อไปโดยเด็ดขาด” เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิต ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ขณะเดียวกันผู้พบเห็นเหตุการณ์ควรรักษาระยะห่าง ไม่ขับจี้ท้ายหรือปาดหน้าเพื่อหยุดรถคันดังกล่าว และเมื่อรถหยุดนิ่งแล้วให้เข้าช่วยเหลืออย่างระมัดระวัง โดยอาจชวนบุคคลใกล้เคียงเข้าร่วมประเมินสถานการณ์

เบื้องต้นสามารถตรวจอาการโดยการชวนพูดคุย ให้ผู้ป่วยยิ้ม หรือยกแขนทั้งสองข้าง เพื่อประเมินความผิดปกติของระบบประสาท พร้อมโทรแจ้ง 1669 โดยระบุพิกัดและลักษณะอาการอย่างชัดเจน เช่น “สงสัยสโตรก มีอาการปากเบี้ยว แขนซ้ายอ่อนแรง พูดไม่ชัด” เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมอุปกรณ์ได้เหมาะสม ระหว่างรอควรให้ผู้ป่วยนั่งหรือเอนตัวเล็กน้อย และหลีกเลี่ยงการให้อาหารหรือน้ำ เนื่องจากเสี่ยงต่อการสำลัก

ขณะที่ พญ.ศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ กล่าวว่า การป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน สามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการควบคุมโรคประจำตัวให้ได้ตามเกณฑ์ กินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินความเสี่ยง

นอกจากนี้ ก่อนการขับขี่ทุกครั้ง ควรประเมินความพร้อมของร่างกาย หากมีอาการผิดปกติ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ มึนงง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีสัญญาณเตือนตามหลัก B.E.F.A.S.T. ไม่ควรขับรถโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้ถนนร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “การรู้เร็ว หยุดรถเร็ว และเข้าถึงการรักษาเร็ว” เพื่อความปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งนำมาสู่ความสูญเสียทั้งร่างกายและทรัพย์สิน 

อ่านข่าว :

กอ.รมน.ชี้ผิดวินัย-อาญา "น.อ.มนตรี" ให้ยืมรถหลวง ปมยิง "สส.กมลศักดิ์"

สรุปยอด 3 วันสงกรานต์ 2569 คนไทยใช้ขนส่งสาธารณะกว่า 7.8 ล้านคน

ตร.จับเพิ่มอีก 1 คน “ธนภัทร” มือยิง “กมลศักดิ์” - เร่งติดตามอีก 1 คน