วันนี้ (7 เม.ย.2569) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council : UNSC) จัดประชุมด่วนเพื่อพิจารณาร่างมติสนับสนุนให้รัฐต่างๆ ที่สนใจใช้เส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ประสานงานความพยายามในเชิงป้องกันเพื่อสนับสนุนความปลอดภัย และความมั่นคงของการเดินเรือข้ามช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการคุ้มกันเรือสินค้า และเรือพาณิชย์ โดยการหารือจะมีขึ้นในเวลา 11.00 น.ตามเวลาสหรัฐฯ ตรงกับเวลาไทยประมาณเที่ยงคืน
รายงานข่าวจาก securitycouncilreport ระบุว่า ร่างมติดังกล่าว เรียกร้องให้อิหร่าน ยุติการโจมตีเรือสินค้า และเรือพาณิชย์ทั้งหมดโดยทันที และยุติความพยายามใดๆ ในการขัดขวางการผ่านแดนหรือเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบ และเรียกร้องให้ยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและโรงงานผลิตน้ำจืด ตลอดจนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ
ทั้งนี้ ร่างข้อความดังกล่าวเสนอโดยบาห์เรนโดยประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐสมาชิกของคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) ซึ่งประกอบด้วยบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รวมถึงจอร์แดนด้วย
สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ นับเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ สำหรับการขนส่งน้ำมัน ร้อยละ 20 ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก และประมาณ 1 ใน 4 ของการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก ความรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีเป้าหมายของอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 และการตอบโต้ของอิหร่านต่ออิสราเอล รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่
อิหร่านได้ดำเนินการเพื่อขัดขวางการจราจรทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีเรือพาณิชย์ และรายงานการวางทุ่นระเบิดทางทะเล แม้ว่าอิหร่านจะส่งสัญญาณในตอนแรกว่าจะพยายามปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสหรัฐฯ และพันธมิตร แต่ต่อมาได้อนุญาตให้เรือที่ถือว่า "เป็นพันธมิตร" ผ่านได้บางส่วน
อ่านข่าว
“ทรัมป์” ชี้ชาวอิหร่าน พร้อมรับการโจมตีเพื่อแลกกับอิสรภาพ
“อิหร่าน” ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราว 45 วัน
อิสราเอลโจมตี South Pars ของอิหร่าน เสียหายกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
