"ทรัมป์" เด้ง รมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ คาดเซ่นปม "เอปสตีน

สังคม
05:53
จำนวนผู้ชม 3,400
"ทรัมป์" เด้ง รมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ คาดเซ่นปม "เอปสตีน
โดนัลด์ ทรัมป์ ปลด แพม บอนดี พ้นเก้าอี้รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งอดีตทนายส่วนตัวขึ้นรักษาการ ขณะเดียวกันกลาโหมสหรัฐฯ ปลด "เสนาธิการทหารบก" ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

วันนี้ (3 เม.ย.2569) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ทรูธโซเชียล ยืนยันการพ้นจากตำแหน่งของ แพม บอนดี รมว.ยุติธรรม สหรัฐฯ พร้อมตั้ง ทอดด์ แบลนช์ รมช.ยุติธรรม ซึ่งเคยเป็นอดีตทนายความส่วนตัว ให้ขึ้นมารักษาการแทนในตำแหน่งสูงสุดของกระทรวงยุติธรรมทันที

ทรัมป์ ระบุว่า บอนดีจะไปทำงานในภาคเอกชน แม้ทรัมป์จะกล่าวชื่นชมผลงานของบอนดีในการปราบปรามอาชญากรรม แต่ตลอดระยะเวลาที่เธอดำรงตำแหน่ง กลับถูกบดบังด้วยข้อครหาเรื่องการจัดการเอกสารคดี เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีคดีค้าประเวณีเด็ก โดยบอนดีถูกโจมตีอย่างหนักจากทั้งสองพรรคว่า ล้มเหลวในการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ตามที่เคยสัญญาไว้ รวมถึงการปล่อยเอกสารแฟ้มคดีนับล้านฉบับ โดยไม่ได้ปกปิดอัตลักษณ์ของเหยื่อตามกฎหมาย จนนำไปสู่การถูกสภาคองเกรสออกหมาย เรียกตัวให้เข้าชี้แจง

แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์เริ่มหมดความอดทนกับบอนดี ที่ไม่เร่งดำเนินการสืบสวนและสั่งฟ้องคู่แข่งทางการเมืองอย่างดุดันพอตามที่เขาต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายอย่าง อดีต ผอ.FBI เจมส์ โคมีย์ และอัยการสูงสุดนิวยอร์ก เลทิเทีย เจมส์

การเลือกแบลนช์ขึ้นมารักษาการ ถูกมองว่า เป็นสัญญาณการกระชับอำนาจที่เบ็ดเสร็จขึ้น เนื่องจากแบลนช์ คือทนายคู่ใจที่เคยว่าความให้ทรัมป์ ในคดีอื้อฉาวหลายคดี รวมถึงคดีจ่ายเงินปิดปากในนิวยอร์ก โดยแบลนช์ยืนยันว่า จะสานต่อนโยบายบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและปกป้องความปลอดภัยของอเมริกาอย่างเต็มที่

กลาโหมสหรัฐฯ ปลด เสธ.ทบ. กลางศึกตะวันออกกลาง

พล.อ.แรนดี จอร์จ (ซ้าย) เสนาธิการกองทัพบกสหรัฐฯ และนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

พล.อ.แรนดี จอร์จ (ซ้าย) เสนาธิการกองทัพบกสหรัฐฯ และนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อมีรายงานจากเจ้าหน้าที่กลาโหมและแหล่งข่าวภายในที่ระบุว่า พีท เฮกเซท ได้ขอให้ พล.อ.แรนดี จอร์จ เสนาธิการทหารบก ลงจากตำแหน่ง

การเปลี่ยนแปลงผู้นำทหารบกเกิดขึ้นในช่วงเวลาวิกฤต ขณะที่สหรัฐฯ กำลังระดมกำลังพล รวมถึงหน่วยพลร่มที่ 82 เข้าสู่ตะวันออกกลางเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการต่ออิหร่าน

การสั่งปลด แรนดี จอร์จ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างผู้นำเหล่าทัพภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อผลักดันวาระความมั่นคงใหม่ โดยก่อนหน้านี้มีการปลดนายทหารระดับสูงไปแล้วหลายนาย ทั้งประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมและผู้บัญชาการเหล่าทัพอื่น ๆ

การพ้นจากตำแหน่งของ แรนดี จอร์จ นายทหารผ่านศึกผู้ช่ำชองในอิรักและอัฟกานิสถาน นับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในเพนตากอน ที่ต้องการผู้นำระดับสูง ที่พร้อมตอบสนองต่อนโยบายของทำเนียบขาวอย่างเบ็ดเสร็จในภาวะสงคราม

อ่านข่าว :

สภาพอากาศวันนี้ อากาศร้อนทั่วไทย ร้อนสุด อุณหภูมิ 41-42 องศาฯ ที่ภาคเหนือ-ภาคกลาง

อย่ากวนศัตรูที่กำลังพลาด! ศึกอิหร่าน–สหรัฐฯ เปิดช่องจีน "เก็บแต้มเงียบ" บนเวทีโลก

ผู้นำเกาหลีใต้ดันงบฉุกเฉิน 2.62 ล้านล้านวอน รับมือวิกฤตพลังงาน