สภาวิจัย ชี้ให้เห็นความสำคัญของ "การจัดการทรัพยากรน้ำแบบพอเพียงและยั่งยืน"

สิ่งแวดล้อม
18:47
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
สภาวิจัย ชี้ให้เห็นความสำคัญของ "การจัดการทรัพยากรน้ำแบบพอเพียงและยั่งยืน"

อุทกภัย ดินถล่ม และน้ำเน่าเสีย ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยปรากฏจำนวนความถี่มากขึ้นและรุนเเรงเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของคนไทยโดยตรง

รศ.ดร. หรรษา วัฒนานุกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า จากปัญหาดังที่กล่าวมา จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่สุดที่จะต้องดำเนินการศึกษาในรูปแบบบูรณาการเกี่ยวกับทรัพยากรณ์ ปริมาณนำ้หลากทั้งในพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงและพื้นที่ราบเพื่อป้องกัน และบรรเทาภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ข้อมูลนำ้ของประเทศไทยปัจจุบันได้มีการพัฒนาด้วยระบบภูมิสารสนเทศไประดับหนึ่งแต่ยังขาดความเชื่อมโยง

ที่สำคัญคือ การพัฒนาให้ข้อมูลอยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในด้านวิชาการทรัพยากรน้ำแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่แบบสากลที่กำลังพัฒนาในระดับภูมิภาคที่สามารถพัฒนาให้ใช้งานได้โดยตรง เชื่อมโยงกับแบบจำลองมาตรฐานด้านนำ้ทั้งเชิงเดี่ยวและผสมผสาน ซึ่งความสำคัญที่จำเป็นต้องทำการวิจัยเรื่องนี้คือ การบูรณาการความรู้ที่ทันสมัยด้านน้ำโดยผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ตรง เพื่อพัฒนาระบบบรรเทาปัญหาหลักด้านน้ำที่ซับซ้อน โดยการแยกย่อยราบละเอียดให้ชัดเจน ทั้งข้อเท็จจริงและผลกระทบของปัญหาที่เกิดขึ้น

หลักการเเก้ปัญหาที่สำคัญนอกจากการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นเเล้ว การศึกษาและปฏิบัติในทางวิศวกรรมศาสตร์คือ การเข้าไปในพื้นที่จริงเก็บข้อมูลตามหลักวิชาการ สอบถามความคิดเห็นจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลมาทดสอบตามมาตรฐานในห้องปฏิบัติการเฉพาะด้านประมวลผลเพื่อเเสวงหาแนวทางที่น่าจะเป็นไปได้จากทฤษฎีหรือสมมติฐานในสาขาวิชาการที่เกี่ยวข้องและนำมาใช้ในการบรรเทาปัญหา และป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นแล้วไม่ให้เกิดซ้ำอีก แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศไทยคือ การขาดข้อมูลที่สามารถใช้ในการศึกษาวิจัยเพียงพอ การเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากในพื้นที่จึงเป็นพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งในการศึกษาพัฒนางานวิจัยทุกประเภท

รศ.ดร. หรรษา เปิดเผยถึง ผลงานวิจัยเรื่อง "การวิจัยและพัฒนาระบบบูรณาการเชิงพลวัตข้อมูลภูมิประเทศ- อุทกวิทยา เพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแบบพอเพียงและยั่งยืนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา"ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยเเห่งชาติ (วช.) จะสามารถบรรเทาปัญหาได้ ต้องประกอบด้วยองค์รวม โดยในปีเเรกของการศึกษาจะพัฒนาองค์ประกอบหลักที่เน้นการศึกษารายละเอียดของข้อมูลมาตรฐาน และแบบจำลองเพื่อพัฒนาเป็นระบบจำลองสถานการณ์อันเป็นปัจจัยหลักในการเกิดอุทกภัย ได้เเก่ การศึกษาระบบชลสารสนเทศบนระบบเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต การศึกษาความสัมพันธ์ปริมาณฝนระยะสั้นเชิงพื้นที่- เวลาด้วยข้อมูลระยะไกล การศึกษาพฤติกรรมการไหลของน้ำผ่านผิวดินในเชิงลึกในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ การศึกษาระบบจำลองสถานการณ์อุทกภัยแบบสาธารณสิทธิและการศึกษาการกระจายตัวของสารมลพิษในลำน้ำ ซึ่งผลการศึกษาในปีเเรกได้ทำการสำรวจศึกษา และจัดเตรียมข้อมูลทั้งหมด ให้อยู่ในรูปแบบมาตรฐาน พร้อมกับการศึกษารายละเอียดและความเป็นไปได้ของการจำลองและแบบจำลองสาธารณสิทธิ

รวมทั้งการศึกษาพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งการจำลองและแบบจำลองสาธารณสิทธิของทุกโครงการปรากฏผลลัพธ์ของความสัมพันธ์ที่ได้อยู่ในเกณฑ์ดี สามารถใช้เป็นตัวแทนของพื้นที่ศึกษาข้อมูลที่ต้องการศึกษาได้ โดยข้อมูลส่วนใหญ่ที่รวบรวมได้สามารถพัฒนามาใช้งานได้ระดับหนึ่ง โดยรายละเอียดปลีกย่อยที่จำเป็นต้องศึกษาและสำรวจเพิ่มเติม เพื่อความถูกต้องและสมบูรณ์ของโครงการอีกจำนวนหนึ่ง

ผลจากการศึกษาทั้งหมดเป็นงานวิจัยที่คิดค้นขึ้นใหม่สำหรับประเทศไทยสามารถใช้เป็นต้นแบบในการศึกษาสภาพความจริงของพื้นที่ โดยได้รับการยอมรับในเชิงวิชาการระดับนานาชาติ ด้วยการให้ทุนไปนำเสนอในต่างประเทศ และผ่านการคัดเลือกให้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติทั้งหมด

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเรียนรู้จากอุทกภัยในครั้งนี้ และเล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเอางานวิจัยมาใช้เป็นแนวทางการป้องกันและเเก้ปัญหาที่เกิดอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ และเตรียมตัวรับมือกับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นแบบไม่ทันรู้ตัว