เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2569 สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ เข้าทักทายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ก่อนการหารือร่วมกันที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ถือเป็นครั้งที่ 9 แล้วที่วิตคอฟฟ์ได้เข้าพบปูตินโดยตรง นับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ และถือเป็นความพยายามอีกหนึ่งครั้งของสหรัฐฯ ที่จะเข้ามาช่วยยุติสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมาใกล้จะครบ 5 ปีเต็ม
การพบกันดังกล่าวยังเกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากวิตคอฟฟ์เพิ่งหารือกับผู้นำชาติยุโรป รวมถึงยูเครน ที่กรุงออสโลของนอร์เวย์
การเจรจาครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยผู้นำรัสเซียกล่าวขอบคุณโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สำหรับความมุ่งมั่นที่จะยุติสงครามในยูเครน โดยคำนึงถึงความสูญเสียของกำลังพลทั้ง 2 ฝ่ายเป็นหลัก เช่นเดียวกับวิตคอฟฟ์ที่ขอบคุณรัสเซียสำหรับการตัดสินใจยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ซึ่งจะช่วยทำให้ราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ ลดต่ำลง
ขณะเดียวกันทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ยืนยันว่า ผู้นำรัสเซียตอบตกลงให้กลับมาเริ่มการเจรจาสันติภาพไตรภาคีกับยูเครนและสหรัฐฯ หลังห่างหายไปตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา คาดว่าอาจจัดขึ้นได้อย่างเร็วที่สุดวันที่ 10 พ.ย. หรือหลังจากนั้น และอาจพบกันที่กรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาดว่า ทุกฝ่ายจะมุ่งเน้นการเจรจาไปที่การรับประกันความมั่นคงของทั้งยูเครนและรัสเซียหลังสิ้นสุดสงคราม
ขณะที่ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุว่า ปูตินและวิตคอฟฟ์ได้หารือถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดการประชุมไตรภาคีระหว่างผู้นำรัสเซีย สหรัฐฯ และจีน ในเดือน พ.ย. ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์
ด้านโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ระบุว่า การหารือกับทูตพิเศษสหรัฐฯ ที่ออสโลมีประสิทธิภาพมาก ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนการเจรจาสันติภาพไตรภาคีกับรัสเซียและสหรัฐฯ แต่เสริมว่าจะเป็นการดีกว่าหากชาติยุโรปเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
รัสเซียปล่อยตัวอดีตครูอเมริกันถูกคุมขังนานกว่า 4 ปี
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญ คือ กรณีที่ผู้นำรัสเซียลงนามคำสั่งปล่อยตัวสตีเฟน ฮับเบิร์ด อดีตครูเกษียณชาวอเมริกันวัย 74 ปีที่ถูกทางการรัสเซียคุมขังมานานกว่า 4 ปี ซึ่งเมื่อวานนี้ฮับเบิร์ดได้มีโอกาสเข้าพบกับวิตคอฟฟ์ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยวิตคอฟฟ์ได้กล่าวขอบคุณปูตินว่าเป็นผู้มีมนุษยธรรมที่ตัดสินใจเช่นนี้
ฮับเบิร์ดถูกจับกุมเมื่อเดือน เม.ย.2565 และถูกกล่าวหาว่า ประจำการอยู่ที่ด่านตรวจของกองทัพยูเครน รวมถึงได้รับการฝึกฝนอาวุธเพื่อแลกกับค่าตอบแทน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 33,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสื่อรัสเซียอ้างว่าฮับเบิร์ดรับสารภาพความผิดดังกล่าว ก่อนจะถูกศาลรัสเซียตัดสินในอีก 2 ปีต่อมา ว่ามีความผิดฐานเข้าร่วมเป็นทหารรับจ้างให้ยูเครนและต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 6 ปี 10 เดือน
ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซี ระบุว่า การปล่อยตัวฮับเบิร์ดเป็นไปตามคำขอของผู้นำสหรัฐฯ ประกอบกับการที่รัสเซียได้คำนึงถึงสุขภาพที่ทรุดโทรมของฮับเบิร์ดด้วย
ขณะที่ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เสนอให้แลกเปลี่ยนอะไรทั้งสิ้นกับการปล่อยตัวฮับเบิร์ด พร้อมทั้งระบุด้วยว่าได้หารือกับผู้นำรัสเซียก่อนหน้านี้ และเห็นว่าขณะนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เป้าหมายยุติสงครามในยูเครนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาแล้ว
อ่านข่าว :
"น้ำเงิน-เขียว" ยังเหนียวแน่น "อนุทิน" ร่วมเบิร์ทเดย์ สส.กล้าธรรม
