“เครือข่ายตำบลสุขภาวะ” เครือข่ายความช่วยเหลือเมื่อเกิดวิกฤตภัยธรรมชาติ
มวลน้ำระลอกใหญ่ที่เข้าสู้พื้นที่ อบต. บางระกำ จ.นครปฐม ทำให้พื้นที่มีการเตรียมการรับมือกับอุทกภัยอย่างรอบคอบ แต่ก็ต้องเผชิญกับน้ำท่วมเอ่อล้นจนอยากจะยับยั้งได้เพราะเป็นพื้นที่ราบลุ่ม แม้น้ำท่วมในเขตพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางจะเกิดขึ้นทุกปี แต่ปีนี้เป็นปีที่หนักหนาสาหัสมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา
อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อมูลที่เครือข่ายตำบลสุขภาวะภาคกลาง โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มีอยู่ในมือ ก็ทำให้การเตรียมการเป็นไปอย่างรัดกุมและผ่อนหนักเป็นเบาลงได้ อีกทั้งอุทกภัยที่หนักหนากว่าทุกๆ ปี ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งสำหรับเครือข่ายตำบลสุขภาวะในการร่วมมือร่วมใจกันฟันฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน
สวัสดิ์ กันจรัตน์ ปลัดอบต.หนองสาหร่าย ดอนเจดีย์ จ. สุพรรณบุรี เล่าให้ฟังว่า อบต. ดอนเจดีย์เป็นเป็นลูกข่ายตำบลสุขภาวะ ของ อบต. บางระกำ อ. บางเลน นครปฐม ซึ่งที่ผ่านมา อบต. บางระกำ ทำหน้าที่เป็นเหมือนแม่ข่ายที่คอยโอบอุ้มเกื้อหนุน อบต. ที่เป็นลูกข่ายกว่า 20 แห่ง เป็นการเกื้อหนุนทั้งประสบการณ์ วิชาการและแนวทางในการบริหารจัดการองค์กรท้องถิ่นให้ตอบสนองต่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่
เมื่อแม่ข่ายถึงคราวประสบภัยพิบัติ ก็ถึงเวลาที่ลูกข่ายจะไปช่วยเหลือกัน
“เริ่มต้นก็จัดเตรียมถุงยังชีพก่อนแล้วอพยพคนมาอยู่ในที่เดียวรวมกันไว้ เราระดมคนตั้งแต่วันแรกที่น้ำบุกบางระกำในวันที่ 19 ตุลาคม ระดมอาหาร ถุงยังชีพ และน้ำดื่ม”
สวัสดิ์ กัญจรัตน์ กล่าวถึงความช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ ถุงยังชีพ เรือสำหรับการรับ-ส่งผู้อพยพ และสุขาลอยน้ำ “บางระกำเป็นพี่เลี้ยงเรา ดูแลเรื่องทีมงาน วิชาการ องค์ความรู้ เกื้อกูลกันตลอดมา วันนี้แม่ข่ายประสบภัย ลูกข่ายก็มีหน้าที่ไปช่วยเหลือ”
ทั้งนี้ข้มมูลในเชิงสถิตนั้น สวัสดิ์ บอกว่า อบต. บางระกำมีประสบการณ์อยู่แล้ว เพราะเส้นทางของแม่น้ำท่าจีนเมื่อพ้นวิกฤตทางสิงห์บุรี อยุธยา สุพรรณบุรี อบต. บางระกำก็ต้องรับช่วงท้ายน้ำทุกๆ ปี และอบต. บางระกำก็มีการบริการจัดการที่ดีอยู่แล้ว มีการอพยพผู้คนมาไว้ที่ปลอดภัย และบริหารจัดการในส่วนที่ยังเข้าไม่ถึงศูนย์อพยพ ซึ่งสิ่งที่อบต.หนองสาหร่ายช่วยได้ในเบื้องต้นก็คือการแจ้งข่าวไปยังเครือข่าย เช่น อบต. หนองโรง จ. กาญจนบุรี ซึ่งมีการบริหารจัดการในพื้นที่ที่มีทีมกู้ชีพกู้ภัยอยู่ มีแนวร่วม
“หนองสาหร่ายเองเราก็ยังดีใจอยู่ว่าเราประสบภัยน้อย และเรามีการป้องกันก่อนฤดูฝน เราประสานงานกับกองทัพไทย เอาแมคโครมาลอกลำน้ำมาคอยน้ำท่าก่อนทุกปี ส่วนปีที่เอ่อล้นสาหัสเมื่อปีที่ผ่านมาก็สร้างพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำไว้ซ้ายขวาหมดแล้ว”
วันนี้ อบต. หนองสาหร่าย ก็มีลูกข่ายที่ต้องการความช่วยเหลือเพราะประสบภัยน้ำท่วมเช่นกัน เช่น อบต. บ้านอิฐ อบต. เมืองแห อ.เมือง จ. อ่างทอง
“อบต. เนินมะกอก อ. พยุหคีรี จ. นครสวรรค์ ดูแลตัวเองได้ บต. โคกสลุง จ. ลพบุรี ก็ระแวงว่าพนังกั้นน้ำสี่ร้อยกิโลจะล้มไป เราก็ช่วยยันกันอยู่ มันมีข้อดีที่เราเป็นเครือข่ายกัน เราก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเวลาแม่ข่ายลูกข่ายประสบภัยพิบัติ ก็ช่วย หรืออบต. หัวไผ่ จ. สิงห์บุรี เราก็ช่วยมาสองรอบแล้ว”
ปลัด อบต หน่องสาหร่าย บอกว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางนั้น เรื้อรังมากว่าสองเดือน ย่างเข้าเดือนที่สามแล้ว สถานการณ์เริ่มดีขึ้นตามลำดับ แม้บางที่น้ำไม่ลด แต่ความเชี่ยวของน้ำก็ลดระดับลง บางแห่งพนังกั้นน้ำแตก แต่ก็ส่งผลให้บางแห่งน้ำลดระดับลง ถือเป็นข้อมูลที่ติดตามได้โดยตรงจากการเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย แม้จะต้องแลกมาด้วยการต้องวิ่งรอกช่วยพื้นที่ต่างๆ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมต่างวาระต่างรูปแบบกันไป
สำหรับข้อสังเกตว่า “สุพรรณบุรีน้ำไม่ท่วม” นั้น สวัสดิ์กล่าวว่า อบต. หนองสาหร่ายถูกน้ำท่วมไปสองหมู่บ้าน “แต่เราดีกว่าภาคีของเรา เพื่อนเราเขาโดนน้ำท่วมหมดเลย เครือข่ายภาคีร่วมพัฒนากัน เรามีอะไรช่วยก็ต้องช่วย”
ในแง่ของความช่วยเหลือนั้น อบต.หนองสาหร่ายมีทีมกู้ชีพกู้ภัยของศูนย์ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนอยู่ 10 คน โดยเป็นทีมอาสาสมัครทั้งหมด มีการประชุมเตรียมทีม เตรียมเคลื่อนย้ายหน่วยเฉพาะกิจ อยู่แล้ว
“ที่น่าห่วงที่สุดคือ อบต.บ้านอิฐ อบต.บ้านแห จ. อ่างทอง หนักกว่าเพื่อน เจอตั้งแต่หัวปีเลยนะ ที่อ่างทองเราห่วงแต่เขาบอกว่าเขาโอเค เขาท่วมทุกปี แต่ภาวะจิตใจเขาอยู่ตัว หน่วยงานต่างๆดูแลประคองได้”
ในส่วนของรัฐนั้น สวัสดิ์มองว่า รัฐมีความเพียรพยายามที่จะป้องกันอย่างเต็มความสามารถอยู่ แต่ยังมีปัญหาเรื่องการให้ข้อมูล ประสานงาน
“อาจจะต่างคนต่างประสบการณ์ ไม่เป็นรูปแบบเดียวกัน ไม่เป็นมาตรฐานที่ป้องกันได้อย่างเต็มที่ ข้อเสนอคือควรมีการพูดคุยกัน ประสานงานกันเยอะๆ หาคนที่มีองค์ความรู้ภูมิปัญญามาปฏิบัติอย่างถูกวิธี ก็ยังเป็นกำลังใจให้ คิดว่าทุกหน่วยก็พยายามเต็มที่แล้ว รัฐก็เป็นผู้ปฏิบัติงานได้เต็ที่ แต่อาจจะยังขาดองค์ความรู้”
เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วม เพราะเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ สวัสดิ์ฝากให้กำลังใจ และขอให้มองโลกในแง่ดีมีความหวัง
“สำหรับคนกรุงเทฯ อยากบอกว่าให้กำลังใจคนกทม. ว่ายังโชคดี เพราะว่ายังไงก็ยังอยู่ตึก ไม่ถึงกับเสียหายไร่นาพืชผลการเกษตรที่เป็นแหล่งผลิตอาหารป้อนคนกรุงเทพฯ ป้อนคนเมืองหลวง ที่โน้นเขาล้มละลายหมดตัวเลยนะ และเขาอยู่กันมาแรมเดือน ท่วมตลอด ตอนนี้คนกรุงวิตก ถ้าไม่ถึงกับหมดตัวเหมือนชาวไร่ช่าวนาที่หนี้สินล้นพ้นตัว คนกรุงเทพฯก็ถือว่า ยังโชคดีกว่าคนรอบปริมณฑล กว่าเขาจะเยียวยา กว่าเขาจะฟื้นฟู มันต้องฟื้นฟูอีกเป็นเวลาสองสามปี อยากบอกว่าอย่าวิตกมากเกินไป”
