"วิษณุ" แนะ "บิ๊กโจ๊ก" ไม่พอใจคำสั่งให้ฟ้องศาลปกครอง

การเมือง
11:08
จำนวนผู้ชม 1,801
Thai PBS
"วิษณุ" แนะ "บิ๊กโจ๊ก" ไม่พอใจคำสั่งให้ฟ้องศาลปกครอง
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (25 มิ.ย.2567) นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ฟ้อง ม.157 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หากไม่เปลี่ยน แปลงคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนว่า มีสิทธิฟ้อง เพราะเป็นการฟ้องส่วนตัว แต่ไม่ควรฟ้อง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังมีช่องทางที่จะบำบัดหรือได้รับการเยียวยาหลายช่องทาง ควรจะไปใช้ช่องทางปกติ สมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็ยื่นฟ้องเช่นกัน

อ่านข่าว "บิ๊กโจ๊ก" ยื่นฟ้องม.157 นายกรัฐมนตรีปมคำสั่งออกราชการ

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า เช่น ทางคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ที่ได้เขียนเอาไว้ว่า หากใครได้รับความเดือดร้อนจากผู้บังคับบัญชาก็สามารถยื่นร้องทุกข์ได้ ต้องปล่อยให้หน้าที่ ก.พ.ค.ตร.ในการตัดสิน หากตัดสินอย่างไรให้เป็นไปตามนั้น

เรื่องทั้งหมดอยู่ที่ก.พ.ค.ตร.หากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่าอนุก.ตร.ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ต้องถูกส่งไป ก.พ.ค.ตร. เพื่อวินิจฉัยในเร็ววันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ควรรอคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร.ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกคนควรจะรอ เว้นแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไปแก้ไขเยียวยาเอง ซึ่งอาจจะใช้เวลาสักระยะ แต่ว่า ก.พ.ค.ตร.ได้รับเรื่องไว้นานแล้ว ดังนั้นน่าจะเหลือราว 1 เดือน

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีการอ้างมติ ครม.ปี 2482 ว่า หน่วยงานใดที่หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงานนั้นต้องทำตามนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า มีอยู่จริง ออกมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม และใช้ตั้งแต่นั้นมา

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะยึดความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในการต่อสู้ และมีสิทธิจะชนะใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้ชี้ถูกชี้ผิด ยิ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคคลากรภายในสำนักงานตำรวจ ที่มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธาน ยิ่งไม่ได้ชี้ถูกชี้ผิด

อ่านข่าว เลื่อนไต่สวนมูลฟ้องคดี "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้อง "บิ๊กเต่า" หมิ่นประมาท

ยันผลสอบไม่ชี้ถูกผิด-ปม "บิ๊กโจ๊ก"

นายวิษณุ ระบุว่า ในวันที่แถลงข่าวก็ไม่ได้ชี้ถูกชี้ผิด แค่มาเล่าให้ฟังเท่านั้นว่าคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดว่าอย่างไร ซึ่งวันนั้นก็มีผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังเป็นแคนดิเดตผบ.ตร.ได้อยู่หรือไม่ จึงตอบว่าใครก็ตามที่ดำรงตำแหน่ง พล.ต.อ. และเป็นรองผบ.ตร. ก็มีโอกาสทั้งนั้น แต่สุดท้ายจะได้เป็นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งมติ ก.ตร. และอยู่ที่นายกรัฐมนตรี จะเสนอชื่อใคร เหมือนเช่นตอนที่เสนอชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล

เมื่อถามว่าแต่เป็นเหตุผลที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หยิบขึ้นมาอ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกคนก็เอาสิ่งที่ตนได้ประโยชน์มาอ้าง ไม่มีใครอ้างในสิ่งที่เป็นโทษ

อ่านข่าว เปิดผลสอบ 2 บิ๊กตำรวจ ให้ "บิ๊กต่อ" คืนเก้าอี้ ผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้กลายเป็นว่า มีการเอาผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ ที่มีนายฉัตรชัย เป็นประธาน ที่ทำท่าจะจบ แต่ไม่จบ เพราะมีการไปต่อยอด ฟ้องร้องกัน นายวิษณุ กล่าวว่า ก็เป็นคดีใหม่

ส่วนคดีเก่าคือ คดีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เรื่องจบไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไปยื่นฟ้อง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รองผบ.ตร. และคนอื่น ๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เป็นธรรมดาเหมือนคดีทั่วไปที่จบอีกเรื่องก็มีอีกเรื่องหนึ่งขึ้นไป และถือเป็นเรื่องตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับองค์กร ไม่เกี่ยวกับกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ขอย้ำประโยคนี้ว่าเขาออกแบบไว้ให้ ก.พ.ค.ตร.เป็นผู้ตัดสินปัญหา ก็ต้องใช้ช่องทางนี้ หากผลตัดสินของ ก.พ.ค.ตร.ไม่เป็นที่พอใจ ก็ไปร้องศาลปกครองได้อีก

อ่านข่าว

"บิ๊กเต่า" ย้ำทำตามหน้าที่ไม่กังวลหากถูก "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้อง