ครอบครัวคาใจภรรยาวัย 33 ปี คลอดลูกเสียชีวิต

อาชญากรรม
08:10
จำนวนผู้ชม 2,650
Thai PBS
ครอบครัวคาใจภรรยาวัย 33 ปี คลอดลูกเสียชีวิต

(24 ส.ค.2563) นายอภิชาติ แย้มอยู่ พ่อของนางสาวกฤษณา แย้มอยู่ อายุ 33 ปี ผู้เสียชีวิต พร้อมนายกนก ขุนพรหม สามี ผู้เสียชีวิต เดินทางมาจาก จ.สมุทรสงคราม นำศพของนางสาวกฤษณา ที่อยู่ระหว่างการบำเพ็ญกุศลศพ ที่ญาติลงความเห็นว่ายังไม่เผา ไปที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นครอบครัวได้เดินทางมาร้องเรียนกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และทีมข่าวร้องทุกข์ลงป้ายนี้


พ่อและสามีของผู้เสียชีวิตเล่าด้วยความโศกเศร้าว่าสาเหตุที่เดินทางมาร้องเรียนเนื่องจากยังติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตของนางสาวกฤษณา ที่ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลแม่และเด็ก จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 โดยการผ่าคลอด หลังจากนั้นกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งในช่วงเช้าตรู่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 ได้เกิดอาการช็อคและหมดสติ สามีและญาติได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ซึ่งต่อมาได้เสียชีวิต ทำให้ทารกที่คลอดได้ไม่กี่วันและลูกอีกคนต้องกำพร้าแม่


จากการชันสูตรศพเบื้องต้นของแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลราชบุรี ก่อนหน้านี้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า “มดลูกอักเสบเป็นหนอง” ญาติจึงยังคาใจสงสัยถึงสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงว่าเป็นเพราะเหตุใด เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่มีอาการใดๆ ที่บ่งบอกว่าจะเสียชีวิต มีเพียงแค่บ่นว่าปวดที่บริเวณแผลผ่าคลอด ซึ่งเดิมทีมีกำหนดการเผาศพวันที่ 23 ส.ค.นี้ จึงตัดสินใจยุติไว้ก่อน เพื่อเดินหน้าหาความจริงที่ยังสงสัย

ด้านประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ระบุว่าในเบื้องต้นต้องรอผลการชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ให้ละเอียดถึงสาเหตุการเสียชีวิตก่อนเพื่อนำวิเคราะห์ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อหรือเหตุสุดวิสัยอย่างไร เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย


ทีมข่าวร้องทุกข์ลงป้ายนี้ได้สอบถามไปยังนายแพทย์ วิเชียร ตันสุวรรณนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี เปิดเผยกับว่า ขณะนี้ได้ให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาสอบสวนเรื่องที่เกิดโดยเร็ว ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาและจะรายงานผลให้ทราบ

โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า มารดาเสียชีวิต หลังคลอด ขณะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ประมาณ 10 วัน ซึ่งรายละเอียดที่ชัดเจนภายหลังการพิจารณาสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง