ถกงบฯ ปี 64 วันแรก ผู้นำฝ่ายค้านชี้ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”

การเมือง
12:33
จำนวนผู้ชม 1,683
Thai PBS
ถกงบฯ ปี 64 วันแรก ผู้นำฝ่ายค้านชี้ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”

วันนี้ (1 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุมสภาฯ และเปิดประชุมอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วาระแรก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นอภิปรายสรุปว่า ด้วยสภาวะการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ อาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับสถานการณ์ทั่วโลก ที่ยังไม่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้จัดสรรงบประมาณตามแผน นโยบาย และกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ใช้เวลา 1 ชั่วโมง อภิปรายชี้แจงหลักการและเหตุผล ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2564 โดยกล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไม่แน่นอน และยอมรับเสี่ยงต่ำกว่าคาดการณ์หากสถานการณ์ทั่วโลก ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งการจัดทำงบประมาณจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแก้ไขปัญหาเยียวยาผลกระทบ COVID-19

จับตาใช้งบฯ ไม่สอดคล้อง COVID – หวั่นมีทุจริต

อย่างไรก็ตาม เมื่อประมวลความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ ทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ต่างสะท้อนว่า การจัดทำงบประมาณยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเกิดการทุจริต โดยชี้ถึงแผนโครงการที่เชื่อว่ามีการล็อกสเป็กการจัดซื้อครุภัณฑ์

นอกจากนี้พรรคก้าวไกล ระบุว่า การจัดทำงบเป็นการยกแผนและโครงการเดิมของบ ไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน ซึ่งหัวหน้าพรรคเตรียมอภิปรายในสภาฯ ภายใต้หัวข้อ “วิสัยทัศน์ประเทศไทยหลัง COVID-19”

สำหรับการจัดสรรเวลาอภิปรายทั้งสิ้น 3 วัน หรือ 46 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลได้เวลาอภิปราย 22 ชั่วโมงครั้ง ส่วนรัฐบาลได้เวลา 22 ชั่วโมง ต่างกันเพียงครึ่งชั้่วโมง และการอภิปรายสองวันแรกจะจบช่วงหลังเที่ยงคืน

ส่วนวันสุดท้ายวันที่ 3 ก.ค. ที่ประชุมจะลงมติรับหลักการหรือไม่ ก่อนเวลาเที่ยงคืน พร้อมตั้งกรรมาธิการพิจารณาศึกษา 72 คนแบ่งสัดส่วนครม. 18 คน พรรครัฐบาล 30 คน และพรรคฝ่ายค้านอีก 24 คน พิจารณาศึกษาราว 70 วันก่อนจะเข้าสู่วาระ 2-3 ช่วงกลางเดือนกันยายน

ผู้นำฝ่านค้านชี้ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”

หลังจากนายกรัฐมนตรีพูดจบ เวลา 11.06 น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายสรุปว่า การอภิปรายงบฯ ต้องสอดคล้องกับช่วงเวลาสถานการณ์และปัญหาบ้านเมืองอยู่ในช่วง COVID-19 แต่จากการฟังนายกฯ ยังไม่เอ่ยถึงแนวทางแก้ไข ทั้งที่นำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิ และรุนแรงกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง

ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า เรื่องท้าทายรัฐบาลคือ การรองรับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ แม้จะออก พ.ร.บ.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แต่การฟื้นตัว-ป้องกันไม่ให้ธุรกิจในประเทศล้ม รักษาการจ้างงาน สวนทางกับความจริงที่ยังมีผลกระทบมาก ทั้งการเลิกจ้างงาน ตกงาน ลามถึงสถาบันการเงินและระบบธนาคาร

รัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบปี 64 เพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังล่มสลาย แต่ใช้วิธีการจัดงบแบบเก่า ไม่ได้ปรับให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจ แต่ยึดมั่นที่ต้องจัดสรรตามยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งไปแค่ก่อสร้าง ขุดคูคลอง เหมือนกับที่เคยทำมาในปีก่อนๆ หากทำแบบนี้ไทยจะไม่หลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง

งบประมาณที่ตั้งแบบ "ตำน้ำพริกละลายน้ำ" เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองและพวกพ้อง จากนโยบายของพรรคการเมือง เหมือนกับการรีดไถเงินภาษีประชาชนไปซื้อเสียงล่วงหน้า ไม่อยากเห็นโครงการแจกเงินเที่ยว เอาภาษีประชาชนเป็นเครื่องมือ

นายสมพงษ์กล่าวด้วยว่า จัดงบแบบหว่านไปทั่ว จะไม่สามารถทำให้ประเทศฟื้นฟูทางด้านเศรษฐกิจได้ หากคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม ชาวบ้านก็จะจนเหมือนเดิม