สธ.แนะกำหนดโซนเล่นน้ำปลอดภัยป้องกันเด็กจมน้ำ

สังคม
13:00
จำนวนผู้ชม 892
Thai PBS
สธ.แนะกำหนดโซนเล่นน้ำปลอดภัยป้องกันเด็กจมน้ำ

วันนี้ (12 เม.ย.2562) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในเดือน เม.ย.พบว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุด โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 160 คน และจากข้อมูลในปี 2561 ในเดือน เม.ย.2561 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต 84 คน เฉพาะช่วงสงกรานต์ 3 วันมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 8 คน ในจำนวนมีอายุ 5-9 ปีมากที่สุด ซึ่งแหล่งน้ำที่เกิดเหตุมากที่สุดคือคลองชลประทานและอ่างเก็บน้ำ

ส่วนเหตุการณ์ที่มักพบบ่อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์คือ ครอบครัวจะกินเลี้ยงสังสรรค์และปล่อยให้เด็กเล่นน้ำกันเอง หรือเด็กแอบหนีผู้ปกครองไปเล่นน้ำบริเวณแหล่งน้ำต่างๆ โดยไม่มีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ไม่มีทักษะการเอาชีวิตรอดเมื่อตกลงไปในน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็นและไม่ใช้อุปกรณ์ในการช่วยพยุงตัวในน้ำขณะเล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงไม่รู้วิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำ จมน้ำที่ถูกต้อง ทำให้จมน้ำเสียชีวิต

แนะเล่นน้ำให้ปลอดภัยช่วงสงกรานต์

นพ.สุวรรณชัย ยังแนะนำประชาชนเล่นน้ำให้ปลอดภัยในช่วงหน้าร้อน รวมถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดังนี้

1. ผู้ปกครองดูแลเด็กใกล้ชิด ไม่ให้ยืนใกล้บริเวณขอบบ่อหรือสระเพื่อตักน้ำเล่นสงกรานต์ เพราะอาจพลัดตกลื่นลงน้ำได้
2. นำขวดน้ำพลาสติกเปล่า 1.5 ลิตร หรือแกลลอนพลาสติกเปล่า ปิดฝา ใช้สะพายแล่งติดตัวไปด้วยเมื่อลงเล่นน้ำ เพราะหากหมดแรงให้นำมากอดแนบหน้าอกและลอยตัวไว้
3. สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในพื้นที่ สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือนและอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
4. แหล่งน้ำที่จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแล มีเสื้อชูชีพให้สวมใส่ทุกครั้งที่ทำกิจกรรมทางน้ำ ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กำหนดพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดภัย ติดป้ายแจ้งเตือนและป้ายบอกความลึกของน้ำ
5 .สระว่ายน้ำ ต้องมีจำนวนเจ้าหน้าที่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการ มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต ป้ายบอกความลึกของน้ำ ป้ายบอกกฎระเบียบความปลอดภัยทางน้ำ และมีรั้วล้อมรอบสระว่ายน้ำทั้ง 4 ด้าน
6. ใช้หลัก “ตะโกน โยน ยื่น” เพื่อช่วยเหลือคนตกน้ำ โดยตะโกนเรียกผู้ใหญ่ให้มาช่วยและโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669, โยนอุปกรณ์ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำ เช่น เชือก ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค 1422