กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน "พายุโซนร้อนปาบึก" จ่อเข้าสุราษฎร์ธานี

ภัยพิบัติ
18:49
จำนวนผู้ชม 22,158
Thai PBS
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน "พายุโซนร้อนปาบึก" จ่อเข้าสุราษฎร์ธานี

วันนี้ (4 ม.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ฉบับที่ 19 เมื่อเวลา 17.00 น. โดยระบุว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึกมีศูนย์กลางอยู่บริเวณ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 8.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 99.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุม จ.สุราษฎร์ธานี ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนได้ โดยมีผลกระทบดังนี้

ในวันที่ 4 ม.ค.2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ในวันที่ 5 ม.ค.2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือจนถึงวันที่ 5 ม.ค.2562

หวั่น "ปาบึก" เคลื่อนช้า ทำน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก

นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ขณะนี้พายุขึ้นมา อย่างรวดเร็ว เมื่อขึ้นฝั่งความเร็วก็ยังคงเดิม คือ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อใกล้จะเข้าตัวเมืองกลับเคลื่อนตัวช้าลง เมื่อเคลื่อนตัวช้า จะทำให้มีการสะสมพลังงาน จนทำให้มีพละกำลังเพิ่มมากขึ้น แต่การหมุนจะยังไม่เร็ว เนื่องจากมีภูเขากั้น

อยากให้พายุเคลื่อนเร็วๆ เพราะถ้าเคลื่อนช้ามันอันตราย ถ้าฝนตกหนักจะตกแช่ ซึ่งถ้าตก 2-3 ชั่วโมง มีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน ทั้งน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวอีกว่า การเคลื่อนตัวช้าเช่นนี้ จะทำให้มีการใช้เวลามากขึ้นที่พายุโซนร้อนปาบึกจะเคลื่อนผ่านประเทศไทย แทนที่จะเคลื่อนตัว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อเคลื่อนตัวช้าอาจจะเคลื่อนได้เพียง 2-3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้เสียเวลาไปบ้าง แต่กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคงคาดการณ์ว่า ในวันที่ 5 ม.ค.นี้ พายุจะขยับตัวไปทางทิศตะวันตก และจะลงทะเลในเวลาต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะที่ลาดเชิงเขา แนวลุ่มน้ำ หรือพื้นที่ที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ให้ระมัดระวังอย่างมากในคืนนี้ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายได้ หากกลางคืนฝนตกหนัก แล้วน้ำไหลหลากต้องมีการวางแผนให้ดีว่าจะทำเช่นไร หรือหากเป็นไปได้ต้องแบ่งเวรยามไว้เฝ้าระวังตลอดทั้งคืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ปาบึก"ขึ้นฝั่งแล้ว แนวโน้มอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน