ผอ.นิด้าโพล ประกาศลาออก ระบุ "เสรีภาพทางวิชาการและการให้เกียรติกัน" สำคัญที่สุด

การเมือง
16:52
จำนวนผู้ชม 1,607
Thai PBS
 ผอ.นิด้าโพล ประกาศลาออก ระบุ  "เสรีภาพทางวิชาการและการให้เกียรติกัน" สำคัญที่สุด

วันนี้ (28 ม.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Arnond Sakworawich" เตรียมลาออกจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการนิด้าโพล ในวันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.) โดยมีเนื้อหาดังนี้

"ผมลาออกจากตำแหน่ง ผอ นิด้าโพลล์ พรุ่งนี้เช้าครับ เสรีภาพทางวิชาการและการให้เกียรติกัน สำคัญที่สุดสำหรับผม แม้ไม่มีตำแหน่งใดๆ ผมก็มีที่ยืนในสังคมได้เพราะยืนอยู่บนความถูกต้องมาโดยตลอด. ผมสนับสนุนรัฐประหารและสนับสนุนรัฐบาลอยู่ แต่ถ้าสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ผมก็ไม่จำเป็นต้องเลีย top boot นะครับ ยิ่งมีหลักฐานทางวิชาการที่รัดกุมเป็นความคิดเห็นของประชาชน หน้าที่ผมในฐานะนักวิชาการยิ่งต้องนำเสนออย่างตรงไปตรงมา. ตำแหน่งบริหารใดๆ ในสถาบัน ผมไม่รับเงินค่าตอบแทนอยู่แล้วเพราะถือว่าเป็นตำแหน่งทางการเมือง ต้องทำด้วยความเสียสละ และยืนอยู่บนความกล้าหาญทางวิชาการ เสรีภาพทางวิชาการ และความกล้าหาญทางจริยธรรม หากไม่สามารถธำรงสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ในตำแหน่ง ผอ นิด้าโพลล์ ซึ่งต้องทำหน้าที่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนอย่างซื่อสัตย์ และกล้าหาญ ผมจะไม่มีวันทรยศต่อประชาชนและความถูกต้อง"

ล่าสุด ไทยพีบีเอส ตรวจสอบไปยัง นายอานนท์ ระบุว่า ยืนยันเหตุผล เพราะไม่อาจละทิ้งเสรีภาพทางวิชาการได้ หลังถูกระงับการเผยแพร่ผลโพลเกี่ยวกับการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลรอผลสอบจาก ป.ป.ช.ทั้ง ๆ ที่สถาบันการศึกษาจะต้องทำหน้าที่ชี้นำสังคมบนฐานข้อมูลประชาชน แต่กลับเซ็นเซอร์ตัวเอง

ด้าน รศ.ประดิษฐ วรรณรัตน์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ชี้แจงว่า กรณีระงับการเผยแพร่โพลประเด็นดังกล่าวเพราะการสอบสวนของ ป.ป.ช.ยังไม่ยุติ อาจสร้างกระแสชี้นำสังคมได้ และการทำโพลของนิด้าที่ผ่านมา จะไม่ชี้นำที่ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ยืนยันที่ผ่านมาให้เสรีภาพทางวิชาการมาตลอด

มีรายงานว่า หัวข้อโพลดังกล่าว คือ "นาฬิกาหรูที่ยืมเพื่อน แค่บิดเบือนหรือพูดความจริง" ซึ่งพบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 80 ไม่เชื่อว่า เป็นทรัพย์สินที่ยืมจากเพื่อน ส่วนนิด้าโพล 2 ครั้งล่าสุดที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ได้การสำรวจจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้ง ครม.สนช.และ สปท.ซึ่งประชาชนร้อยละ 42 เห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ค่อยมีจริยธรรม ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของ คสช.ที่เน้นจริยธรรมและการปราบปรามการทุจริต

ส่วนผลสำรวจล่าสุดเป็นเรื่องความเชื่อมั่นต่อการตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.04 เห็นว่า มีการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช.จากรัฐบาล และ คสช.

การแถลงข่าวของนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.ครั้งล่าสุดที่ระบุว่า หาก พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์นาฬิกาหรูกว่า 20 เรือน ก็ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน กลับยิ่งถูกตั้งคำถามพร้อมนำไปเทียบกับกรณีรถโฟล์กสวาเกน มูลค่า 3 ล้านบาทของภรรยานายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ที่อ้างว่า มีผู้นำมามอบให้แต่ศาลไม่เชื่อและตัดสินว่า จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ก็ถูกตั้งข้อสังเกตถึงบรรทัดฐานในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เมื่อนำไปเทียบกับข้าราชการที่ถูกสั่งพักงาน ระหว่างถูกตรวจสอบกรณีเชื่อมโยงการทุจริต จนนำมาซึ่งกระแสไม่เห็นด้วย จากกลุ่มที่เคยสนับสนุนรัฐบาล คสช.