วิกฤตหนี้กรีซไม่กระทบไทย
นางศรีรัตน์ รัฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า พม่าประกาศยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้า 15 รายการ ได้แก่ ผงชูรส, น้ำหวานและเครื่องดื่ม ขนมปังกรอบ, หมากฝรั่ง, ขนมเค้ก, เวเฟอร์, อาหาร,กระป๋อง, บะหมี่สำเร็จเร็จรูป, สุรา, เบียร์, บุหรี่, ผลไม้สด, ผลิตภัณฑ์พลาสติก และสินค้าควบคุมโดยกฎหมายอื่น เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังประกาศห้ามนำเข้ามานานกว่า 10 ปี โดยเชื่อว่าเป็นความพยายามเจรจาของไทยกับพม่าเมื่อปีที่แล้ว ในเดือนตุลาคมและธันวาคม
ด้าน ธนวรรธน์ พลวิชัย คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงความกังวลต่อปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซที่เริ่มขยายวงไปยังกลุ่มประเทศที่มีปัญหาเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะสูงได้แก่ โปรตุเกต, อิตาลี, ไอแลนด์ และสเปน ว่า เชื่อจะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกและท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากมีการส่งออกไปยังประเทศนี้เพียงร้อยละ 3-5 เท่านั้น และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ และจากการที่ประเทศยุโรปมีการประชุมด่วนเพื่อหาแนวทางป้องกันจะทำสถานการณ์ดีขึ้น แม้ขณะนี้ กรีซ โปรตุเกตและไอร์แลนด์ ถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือว่าเป็นประเทศที่ไม่น่าลงทุน แต่เชื่อว่าสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟจะพยุงไม่ให้ปัญหาลุกลามโดยให้มีการผ่อนการชำระหนี้ ทำให้ปัญหากรีซและประเทศอื่นๆ ในยุโรปอยู่ในวงจำกัด
สำหรับหนี้สาธารณะของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 41 ของจีดีพี หากรัฐบาลใหม่มีแผนก่อหนี้จากการดำเนินนโยบายและการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ เชื่อว่าหนี้สาธารณะของไทยจะปรับตัวสูงขึ้นที่ร้อยละ 45 ถึง 50 แต่ยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้หากมีการใช้งบประมาณไม่มากและใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคและทำให้จีดีพีของไทยขยายตัวร้อยละ 5-7 จากปัจจุบันที่อยู่ที่ร้อยละ 4-4.5
