“ซูจี” เผยไม่ควรใช้มาตรการทางทหารแก้ปัญหาขัดแย้งกลุ่มชาติพันธุ์
นางอองซานซูจี เผยพร้อมเข้าพบ พล.อ.อาวุโสตานฉ่วยเพื่อหารือร่วมกันถึงแนวทางในการแก้ปัญหาประเทศ และเห็นว่าไม่ควรใช้มาตรการด้านการทหารในการแก้ปัญหาขัดแย้งกับกลุ่มชาติพันธุ์นางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ (14 พ.ย.) โดยแสดงความจำนงต้องการเข้าพบ พล.อ.อาวุโสตาน ฉ่วย ผู้นำทหารสูงสุดกองทัพพม่าเพื่อหารือร่วมกันในการแก้ปัญหาของชาติ หลังจากมีข้อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความปรองดองขึ้นในชาติระหว่างการกล่าวปราศรัยกับผู้สนับสนุนทางการเมืองหน้าที่ทำการพรรคเอ็นแอลดีในช่วงเที่ยงของเมื่อวานนี้
นางซูจียัง ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงแนวทางการทำงานที่จะยังคงเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยไม่คำนึงว่าพรรคเอ็นแอลดีจะยังมีอยู่หรือถูกยุบไป โดยพร้อมที่จะเคลื่อนไหวร่วมไปกับประชาชนและพลังประชาธิปไตยในประเทศ เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยขึ้นในชาติ
นอกจากนี้ ระหว่างการให้สัมภาษณ์ยังได้แสดงความเป็นห่วงถึงความขัดแย้งที่รัฐบาลทหารพม่ามีกับกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีการคาดการณ์มาตลอดช่วงก่อนหน้านี้ว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาล ผู้นำทหารพม่าจะใช้กำลังทางทหารเข้ากดดันกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้เข้าร่วมในกองกำลังป้องกันชายแดน หรือ BGF โดยนางซูจีเห็นว่าควรใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา และมาตรการด้านการทหารจะไม่ช่วยในการแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง พร้อมระบุควรได้มีการจัดการประชุมปางหลวงครั้งที่ 2 ขึ้นกับผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ พูดคุยหาทางออกแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 เพื่อนำไปสู่ความปรองดองของประชาชนในชาติ
หลังการปล่อยตัวนางซูจี สื่อมวลชนพม่าอย่างสำนักข่าวอิรวดีได้เขียนบทความแสดงความห่วงใยในเรื่องความปลอดภัยของนางซูจี ที่เคยตกเป็นเป้าหมายลอบทำร้ายมาแล้ว 3 ครั้งหลังเดินทางเข้าประเทศในปี ค.ศ. 1988 และครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2003 ที่เมืองเดปายิน นางซูจี ไม่ได้แสดงความกังวลในเรื่องดังกล่าวระหว่างการชี้แจงกับสื่อมวลชน โดยระบุว่าในฐานะที่เป็นประชาชนพม่าจึงเป็นหน้าที่ของผู้นำประเทศในการดูแลในเรื่องของความปลอดภัย
