นายกฯ ส่ง “สุเทพ” ถกพรรคร่วมส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
“สุเทพ” หารือกับหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคภูมิใจไทย ในการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่ควรจะลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีก่อน ขณะที่นายกรัฐมนตรีเสนอชื่อบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบแล้ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเดินทางไปประเทศจีนว่า ได้ส่งรายชื่อการปรับคณะรัฐมนตรีในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีให้กับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติก่อนนำชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมแล้ว โดยยืนยันว่า การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้มีเพียงตำแหน่งเดียว
ขณะเดียวกันได้ส่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจในการส่งบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีลงรับเลือกตั้งซ่อมก็ควรต้องลาออกจากตำแหน่งก่อน เพื่อไม่ให้ถูกครหาว่าใช้ตำแหน่งทางการเมืองหาเสียง
ขณะที่นายสุเทพได้เข้าพบนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนที่จะเดินทางไปพบกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าเป็นการทำความเข้าใจกับพรรคร่วมรัฐบาลในการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมเพื่อยึดตามหลักการเดียวกัน พร้อมปฏิเสธว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ต้องการที่เข้าไปแทรกแซงหรือกดดันพรรคร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา ได้เข้าพบนายสุเทพ ที่พรรคประชาธิปัตย์ และระบุว่า ทางพรรคยังไม่ได้ตัดสินใจส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งที่จังหวัดนครราชสีมา โดยยอมรับว่า การเลือกตั้งในพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการตรวสอบคะแนนเสียงของพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวระหว่างการสัมมนาบทบาททหารกับระบอบประชาธิปไตย โดยขอให้ผู้นำเหล่าทัพยึดหมั่นในเกียรติยศ ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน โดยพรรคจะมีบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพิ่มเติม ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ทางพรรคไม่ขัดข้องและจะปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการ แต่ย้ำจุดยืนเดิมของพรรคในการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เชื่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็นที่รัฐบาลเสนอไม่สามารถแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งในสังคมไทยได้ เนื่องการแก้ไขยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ และเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญควรดำเนินการภายหลังการเลือกตั้ง โดยต้องเป็นการแก้ไขทั้งฉบับเพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรม
