นายกฯลงตรวจเยี่ยมสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้

การเมือง
12:11
จำนวนผู้ชม 13
Thai PBS
นายกฯลงตรวจเยี่ยมสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้

นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมสถานการณ์อุทกภัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช พร้อมให้ความในใจวว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้ง เตรียมเร่งออกมาตรการช่วยสวนยาง สวนปาล์ม ในครม.อังคารนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปยัง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจเยี่ยมอุทกภัย และมอบถุงยังชีพให้แก่ปนระชาชนที่ประสบภัยที่ ต.บ้านทุ่ง อ.ไชยา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานสถานการณ์ว่า มีพื้นที่ประสบภัย 19 อำเภอ 115 หมู่บ้าน 858 ตำบล 44,335 ครัวเรือน รวมผู้ได้รับผลกระทบ 144,476 คน มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยผู้เสียชีวิต อายุมากสุด 95 ปี เนื่องจากอาศัยเพียงลำพัง และไม่ยอมยพยพจากบ้านพัก

ส่วนผู้เสียชีวิต อายุน้อยสุด 13 ปี เกิดจากการลงเล่นน้ำ ขณะที่มีบ้านพักเสียหายทั้งหลัง 2 หลัง และเสียหายบางส่วน 1,234 หลัง พื้นที่เกษตรเสียหาย 20,897 ไร่, ปศุสัตว์ 1,559 ตัว, บ่อปลา 331 บ่อ, ถนน 244 สาย, คอสะพาน 18 แห่ง, ฝาย 3 แห่ง และท่อระบายน้ำ 31 แห่ง

นอกจากนี้ ยังเกิดดินถล่มใน อ.วิภาวดี ม.13 ต.กระจุกเหนือ และอ.บ้านนาเดิม ม.5 ต.นาใต้ รวมถึงเกิดดินแยกที่ อ.ท่าชนะ ซ.ทับสมิง บ้านในทับ ม.11 มีการอพยพประชาชน 90 ครังเรือน 400 คนออกจากพื้นที่ แต่ขณะนี้สามารถกลับเข้าไปพักในบ้านพักได้แล้ว ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 30 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย

นายกรัฐมนตรี มอบฟางอัดแท่ง 8,000 กิโลกรัม ให้แก่เกษตรกร เพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากอาหารสัตว์ขาดแคลน และยังให้กำลังใจ ข้าราชการ และอาสาสมัครที่ร่วมช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะเอาใส่แก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในอังคาร ที่ 9 พฤศจิกายนนี้จะเพิ่มมาตรการผู้ประสบภัยพิบัติ, พายุดีเปรสชั่น สวนยาง และสวนปาล์มล่ม นอกจากนี้ยังจะเร่งรัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดูแลพื้นที่ ที่น้ำลด เพื่อให้สามารถเพาะปลูกได้รวดเร็ว และจะพยายามดูแลให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และแสดงความเสียใจ กับกรณีที่มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ที่จ.สุราษฎณ์ธานี

พร้อมระบุว่ารัฐบาลเตรียมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะว่ายังมีปัญหาน้ำทะเลหนุน และจะเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน, ดูแลด้านสุขภาพการสาธารณสุข โดยให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจ พื้นที่เพื่อวางระบบระบายน้ำ เช่น พื้นที่แก้มลิง พื้นที่กักเก็บน้ำ และคลองลัด รวมถึงให้ทุกกระทรวง, ทบวง, กรมปรับแผนงบประมาณปกติ แผนไทยเข้มแข็ง เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการเรื่องน้ำท่วมก่อน

นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยัง วัดพัฒนาราม ต.ตลาด อ.เมือง เพื่อไว้อาลัย ว่าที่ ร.ต.วัชรัตน์ บุญฤทธิ์ ปลัดอำเภอจะนะ ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัตหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน พร้อมมอบเงินค่าทำศพ 100,000 บาท ใหแก่นางพรรณี บุญฤทธิ์ มารดาของผู้เสียชีวิต โดยให้กำลังใจครอบครัว และชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของว่าที่ ร.ต.วัชรัตน์ ว่าเป็นแบบอย่างของข้าราชการ ในการเสียสละ และกล้าหาญช่วยเหลือประชาชน ที่หาได้ยาก

จากนั้นนายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังบ้านคลองเหลง ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อมอบถุงยังชีพ และติดตามปัญหาอุทกภัยดินถล่ม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ ว่ามีผู้เสียชีวิต ทั้งสิ้น 7 ราย และทางจังหวัดประกาศให้ ทั้งจังหวัด 23 อำเภอเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินร้ายแรง โดยนายกรัฐมนตรีมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตที่เป็นหัวหน้าครอบครัว รายละ 50,000 บาท 4 ราย และกรณีผู้เสียชีวิต ที่เป็นสมาชิกครอบครัว 3 ราย รายละ 25,000 บาท รวมเป็นเงิน 275,000 บาท ส่วนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งหลัง ได้รับเงินเยี่ยวยา 30,000 บาท และเสียหายบางส่วน 20,000 บาท รวมวันนี้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาทั้งสิ้น 395,000 บาท ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านเขาหลัก ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสภาพสวนยาง ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ และดินถล่ม



แท็กที่เกี่ยวข้อง

-