ศอฉ.ย้ำมาตรการเฝ้าระวังการก่อเหตุรุนแรง
ผู้บัญชาการทหารบกระบุการใช้พื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านในการฝึกอาวุธของกลุ่มความไม่สงบยังไม่ชัดเจน ขณะที่ศอฉ.ได้เน้นย้ำมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการก่อเหตุรุนแรง และคอยดูแลความปลอดภัยในการเดินทางมาเยือนไทยของเลขาธิการสหประชาติในวันที่ 26 ตุลาคม
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.ระบุภายหลังการประชุมซึ่งเน้นย้ำในการทำงานร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานครและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ในจุดเสี่ยง ที่ประชุมยังย้ำให้กอ.รมน.ภาคร่วมกับตำรวจสันติบาล จัดทำแผนดูแลความเรียบร้อยการจัดกิจกรรมทางการเมืองในวันเสาร์ และอาทิตย์นี้ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และสั่งการให้ตำรวจนครบาล เป็นผู้ประสานดูแลความเรียบร้อยในการเดินทางมาไทยของนายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาติในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี และการติดตามการฝึกอาวุธที่ประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการติดตามแกนนำที่ยังหลบหนี เพราะว่าเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการเปิดเผยรายงานข่าวการฝึกใช้อาวุธในประเทศเพื่อนบ้านของกลุ่มก่อความไม่สงบว่า เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูล เพื่อป้องกันผลกระทบในด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้บัญชาการทหารบก ยังสั่งการเจ้าหน้าที่คุมเข้มรถแก๊ส และรถน้ำมัน เพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์การจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี และยอมรับว่ามีความเป็นห่วงการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวันอาทิตย์นี้โดยขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในกรอบกฏหมาย
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการโอนเงินของ น.ส.วสา เทพเรียน เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด โดยจะเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการได้ซักถามในกรณีดังกล่าว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในฐานะเป็นประธานกรรมาธิการ ส่วนสาเหตุที่ก่อนหน้านี้ ไม่ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าวกับผู้สื่อข่าว เพราะว่าต้องการให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ส่วน น.ส.วสา และ นายสุรชัย กุนถะอินทะ นักธุรกิจที่โอนเงิน ให้กับนายกษิ ดิษฐ์ธนรัตน์ ผู้ต้องหาคดีระเบิดที่นนทบุรี ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจภูธรภาค 5 โดยเบื้องต้นได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
