“จตุพร” แกนนำนปช. ปฏิเสธการโทรศัพท์ไปข่มขู่ “เมธี” และข้อกล่าวหาการโกงเงินบริจาคในการชุมนุมนปช.ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยืนยันถึงข้อมูลการฝึกกองกำลังกลุ่มก่อความรุนแรงในประเทศเพื่อนบ้าน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงการขยายผลจากการสอบกลุ่มบุคคลที่ต้องสงสัย ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยืนยันการมีกองกำลังกลุ่มก่อความรุนแรงฝึกในประเทศเพื่อนบ้าน โดยฝ่ายความมั่นคงระบุว่าทางประเทศกัมพูชากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ขณะที่พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ประธานกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร แสดงความเป็นห่วงกรณีตำรวจควบคุมตัวกลุ่มบุคคลต้องสงสัยโดยไม่ได้สมัครใจ และยังไม่มีการสารภาพ แต่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ กลับอ้างว่าเชื่อมโยงกับกลุ่ม นปช. ทั้งที่คณะกรรมาธิการฯเคยเชิญรองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 5 มาชี้แจงและยืนยันว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม นปช. และไม่มีการฝึกอาวุธแต่อย่างใด
ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.จังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนเงินของน.ส.วสา เทพเรียน เลขานุการประจำกรรมาธิการฯ ที่โอนเงินให้กับนายกษิ ดิฐธนรัชต์ นักธุรกิจปุ๋ยยูเรียข้ามชาติผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น โดยเป็นการโอนเงินตามคำร้องขอของนักธุรกิจคนหนึ่ง พร้อมยืนยันว่าน.ส.วสายังไม่ถูกตำรวจควบคุมตัว และในวันศุกร์นี้น.ส.วสา และนักธุรกิจคนดังกล่าว จะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ในฐานะแกนนำกลุ่มนปช. ปฏิเสธการโทรศัพท์ไปข่มขู่นายเมธี อมรวุฒิกุล พยานคดีก่อการร้ายรวมถึงการโกงเงินบริจาคกลุ่ม นปช. ส่วนกรณีกลุ่มบุคคลฝึกอาวุธที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นนายจตุพร ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการปล่อยข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ นอกจากนี้ยังยืนยันว่ากลุ่มนปช.และตัวแทนจากนักวิชาการและญาติของผู้เสียชีวิตประมาณ 10 คน จะยื่นหนังสือต่อนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ที่จะเดินทางมาไทยปลายเดือนนี้ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท้จจริงของการสูญเสีย
