ตำรวจเอกวาดอร์ก่อเหตุประท้วงแผนศก.ของประธานาธิบดี
ตำรวจในหลายเมืองของประเทศเอกวาดอร์ออกมาก่อเหตุวุ่นวาย หลังไม่พอใจแผนเศรษฐกิจของประธานาธิบดี จนทหารต้องเข้ามาจัดการ
สภาพภายนอกโรงพยาบาลตำรวจในประเทศเอกวาดอร์เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา (30 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น กลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ ระหว่างกองกำลังตำรวจที่ก่อเหตุประท้วงกับทหารที่บุกเข้าช่วยประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรียอา เนื่องจากตำรวจปิดล้อมโรงพยาบาลนานหลายชั่วโมง
ความชุลมุนทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลถูกบันทึกโดยบรรดาสื่อมวลชนที่เกาะติดรายงานข่าว เผยให้เห็นจังหวะที่ทหารเข้าช่วยประธานาธิบดี และกันตัวออกนอกโรงพยาบาล ท่ามกลางเสียงกระสุนที่ดังอยู่ตลอดเวลา เบื้องต้นมีรายงานตำรวจเสียชีวิตจากการปะทะ 2 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีก 37 คน
ภายหลังเหตุการณ์ ประธานาธิบดีกล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อโค่นอำนาจเขา โดยมีพรรคฝ่ายค้านอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ประธานาธิบดียังประกาศจะไม่ยกโทษ และจะไม่นิรโทษกรรมแก่ตำรวจที่ก่อเหตุ
ความตึงเครียดเริ่มต้นขึ้นเพราะตำรวจบางกลุ่มไม่พอใจแผนเศรษฐกิจที่ประธานาธิบดีพยายามจะผลักดัน ซึ่งจะส่งผลต่อเงินเดือนของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงลดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เคยได้รับ
นอกจากนี้ประธานาธิบดียังขู่จะยุบสภา หากร่างนี้ตกไป ทำให้ตำรวจออกมาประท้วงในหลายเมือง โดยมีการปิดถนน เผายางรถยนต์ ยึดอาคารรัฐ รวมทั้งยึดสนามบินนานาชาติในกรุงกีโต้ จนผู้นำต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน 1 สัปดาห์ และให้ทหารควบคุมสถานการณ์ และระหว่างที่ผู้นำเอกวาดอร์พยายามเจรจากับผู้ประท้วง ปรากฏว่า มีตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ทีมงานประธานาธิบดี ทำให้การ์ดต้องรีบใส่หน้ากากกันแก๊สให้ และนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ และเกิดการปิดล้อมโรงพยาบาลขึ้น
เหตุไม่สงบในเอกวาดอร์ ทำให้ผู้นำชาติต่างๆ ในอเมริกาใต้ร่วมประชุมด่วนที่ประเทศอาร์เจนตินา เพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุไม่สงบทางการเมืองในเอกวาดอร์ โดยผู้นำชาติต่างๆ กล่าวประณามความไม่สงบที่เกิดขึ้น และให้การสนับสนุนประธานาธิบดีคอร์เรียอา เช่นเดียวกับสหรัฐฯ และสหประชาชาติ ที่สนับสนุนผู้นำ และเรียกร้องให้หาทางออกอย่างสันติ
