ป.ป.ช.เชื่อเอาผิดอาญาและตัดสิทธิ์ 5ปี
สมาชิกวุฒิสภา ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.เร่งเอาผิดคดีอาญาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จก่อนหมดอายุความ ขณะที่ประธานอนุกรรมการ ป.ป.ช.เชื่อส่งสำนวนสรุปต่อที่ประชุมใหญ่ได้ภายในเดือนเมษายนนี้
นายภักดี โพธิศิริ ประธานอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวแสดงความมั่นใจว่า ภายใน 1 เดือนจะรวบรวมสำนวนการตรวจสอบและไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินคดีอาญาได้ ซึ่งตั้งแต่ปี 2537-2549 พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.รวม 15 ครั้ง ไม่เคยมีการแสดงความเป็นเจ้าของในหุ้นชินคอร์ป แต่สาระสำคัญของพฤติการณ์และเงื่อนเวลาในการกระทำผิด เชื่อว่า ยังคงเข้าข่ายที่จะเอาผิดได้
ขณะที่นายสมชาย แสวงการ, นายประสาร มฤคพิทักษ์ และน.ส.รสนา โตสิตระกูล ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายมีความผิดตามมาตรา 263 ของรัฐธรรมนูญ และควรส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง
แม้กฎหมายอาญา มาตรา 95 จะเขียนไว้ว่า คดีที่มีอัตราโทษระหว่าง 1 เดือนถึง 1 ปี มีอายุความ 5 ปีนับแต่วันที่กระทำผิด และโทษทางอาญากรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ จะมีโทษจำคุก 6 เดือน แต่โทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เขียนไว้ให้ตัดสิทธิหลังศาลฎีกามีคำสั่งพิพากษา
