กรุงเทพโพลล์ชี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการปฏิวัติ
คนไทยส่วนหนึ่งยอมรับห่วงสถานการณ์บ้านเมืองปลายเดือนก.พ.นี้ ขณะที่เวทีอภิปรายวิกฤตการเมืองไทยสะท้อนถึงระบอบประชาธิปไตยไทยที่ไร้การพัฒนา ส่งผลวิกฤตการเมืองย่ำอยู่กับที่
การอภิปรายวิกฤตการเมืองไทย แก้อย่างไร ซึ่งมีนักการเมืองจากพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมสะท้อนปัญหา โดยยอมรับว่า แม้จะเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2475 แต่การเมืองยังคงเกิดการต่อสู้กันระหว่างอำนาจเก่ากับกลุ่มประชาชน และยังคงพฤติกรรมการช่วงชิงอำนาจรัฐเรื่อยมา รวมถึงเมื่อเกิดวิกฤตการเมือง ทางออกของการแก้ไขยังคงเป็นการปฏิวัติรัฐประหาร ท้ายที่สุดก็เกิดวิกฤตการเมือง เช่นปัจจุบันนี้ และแม้จะเกิดเหตุยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 ก็ยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้
ขณะที่ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 1,250 คน โดยร้อยละ 23.5 ห่วงเรื่องเศรษฐกิจด้านการลงทุนและท่องเที่ยว ส่วนร้อยละ 34.1 ห่วงสถานการณ์ความเห็นที่แตกแยกของคนในชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตัดสินคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งนี้ ร้อยละ 56.2 ไม่เชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยได้
ร้อยละ 64.4 ไม่ต้องการให้เกิดเหตุยึดอำนาจรัฐประหาร เห็นว่าแม้สถานการณ์จะรุนแรงจนถึงขั้นนองเลือด ขณะที่ร้อยละ 43.4 เห็นว่า คนไทยเลิกแบ่งฝ่ายและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรยุติบทบาทแทรกแซงการเมือง
